Category Archives for ผู้หญิง vs ผู้ชาย

ทำไมผู้ชายถึงชอบโกหก ฮึ !

จั่ว หัวขึ้นต้นกล่าวหากันอย่างนี้วิตกอยู่เหมือนกันค่ะว่า คุณผู้ชายเขาจะหมายหัว (รู้สึกว่าจะอยู่คนละขั้วกับหมายปองแน่ๆ) เลยต้องรีบเฉลยว่า ไม่ได้พูดเอ๊ง แต่เป็นคำถามคาใจสำหรับผู้หญิงเราที่เคยเสียอกเสียใจกับคำโกหกของผู้ชายมา แล้ว
ระหว่างตั้งท่าซีเรียสหาเบื้องลึกเบื้องหลังว่า การโกหกของผู้ชายนั้นมีที่มายังไง ก็ขอให้บรรดาเมียทั้งหลาย จงทำลืมๆ ไปซะว่าเคยซื้อกระเป๋าใบ 1,900 บาท แล้วบอกกับสามีว่าแค่ 199 บาท เท่านั้นเอง !

โกหกนี้มีที่มา…

เอาละอย่าเพิ่งพูดเรื่องของเราเลย กลับมาที่เรื่องของผู้ชายกันดีกว่า เราอยากทำความเข้าใจเขา เพื่อว่าจะได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขและรู้จักให้อภัยไง

ถ้าคุณใช้ชีวิตร่วมกับผู้ชายธรรมดาๆ ไม่ใช่นักโกหกมืออาชีพ ที่มักจะลื่นไหลราวกับชโลมน้ำมันงาไปทั้งตัวแล้วละก็ เหตุผลที่เขามักจะโกหกเราเพราะ…

เห็นเป็นเรื่องธรรมดาอย่างที่สุด ผู้ชายบางคนที่ชอบโกหกเป็นประจำ มักจะคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาไม่น่าจะซีเรียสอะไร เคยโกหกมายังไงก็ไม่เห็นจะมีผลเสียตรงไหน แต่เขาไม่เคยเอะใจว่า การโกหกของเขาน่ะบั่นทอนความสัมพันธ์ในชีวิตคู่

สนุก อยากมีอิสระกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ สำหรับเขาอาจจะโกหกเพราะสนุกเท่านั้นเอง ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรก็คงไม่มีอะไรเลวร้ายหรอกน่า แล้วเขายังมีอิสระในการแอบทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ ที่อยากทำได้ต่อไปเรื่อยๆ

เพื่อสันติสุขของโลก ผู้ชายร้อยทั้งร้อยจะอกสั่นขวัญแขวนมาก ถ้าภรรยาที่รักเอ่ยประโยคเด็ด “เรามาคุยกันหน่อยสิ” หลังจากความจริงร่วงจากปาก เพราะอาจจะมีทั้งดุด่า ว่ากล่าวนานค่อนวัน อาจโยงใยไปถึงเรื่องเก่าเก็บ แล้วก็มีน้ำหูน้ำตาร่วมด้วย เพราะฉะนั้นโกหกเพื่อให้ชีวิตสงบร่มเย็นดีกว่าให้คุณเธอรู้ความจริงจนวี นบ้านแตก

ผู้หญิงไม่เข้าใจเขาหรอก ถ้าเอาความจริงมาตีแผ่ตรงหน้าผู้หญิง เขากลัวว่าเราจะมีวิธีมองแบบผู้หญิง ซึ่งสรุปว่าไม่ได้เห็นดีเห็นงามไปกับเขา ทีนี้เขาก็จะตกที่นั่งลำบาก เพราะนอกจากจะหาพวกไม่ได้แล้วยังโดนตำหนิติเตียนอีกต่างหาก

คิดว่าผู้หญิงรับความจริงไม่ได้ เขาอยากให้เราสบายใจเลยโกหก แล้วเขาก็เชื่ออยู่ตลอดเวลาละว่าผู้หญิงเราชอบตีโพยตีพายเกินเหตุเวลารู้ ความจริง รังรักน้อยๆ ก็อาจแปลงสภาพไปเป็นรังร้อนได้ทันที ยิ่งถ้าความสัมพันธ์ง่อนแง่นอยู่แล้ว ก็จะยิ่งดิ่งเหวเลยทีเดียว

ทำความผิดเอาไว้ มี หลายเรื่องที่คุณสามีรู้อยู่เต็มอกว่า “ถ้าเมียชั้นรู้ ต้องตายแน่” หัวเด็ดตีนขาดยังไงเขาจะไม่ยอมพูดความจริงเด็ดขาด จึงพยายามสร้างเรื่องให้ฟังดูน่าเชื่อถือที่สุดเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง

สร้างภาพ ผู้ชายมักจะห่วงเรื่องภาพพจน์และศักดิ์ศรี เขาก็อยากดูดีในสายตาของทุกคนรวมทั้งเราด้วย เขาอาจจะโกหกว่าเก่งสารพัดยามอยู่ในที่ทำงานหรือนอกบ้าน เศรษฐกิจตกก็บอกว่าไม่กลัวถูกเลย์ออฟเพราะเป็นพนักงานชั้นเลิศเจ้านายรัก ทั้งๆ ที่ความจริงตรงกันข้ามก็เป็นได้

เข้าใจ ให้อภัย …

มีหลายสาเหตุที่ผู้ชายต้องโกหก ถึงแม้เจ้าตัวเขาจะยกมาเป็นข้ออ้างกับเราไม่ได้ แต่เมียๆ ทั้งหลายพยายามเข้าใจเขาหน่อยเถอะค่ะ เข้าใจแล้วก็รู้จักให้อภัย ปล่อยพ่อเจ้าประคุณไปบ้างถ้ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่โตหรือน่าเจ็บช้ำน้ำใจ ก็อย่าวุ่นวายกับการไล่ล่าหาความจริง อย่าถือเป็นจริงจังไปทุกกรณี ยิ่งถ้าเราวีนทุกเรื่องไม่ว่าจะเล็กใหญ่เขาจะยิ่งไม่กล้าบอก ทีนี้ก็ต้องย้อนมาดูตัวเองด้วยว่า เราเป็นคนที่คนอื่นไม่กล้าพูดความจริงด้วยใช่หรือเปล่า จะได้ปรับปรุงตัวเองไปพร้อมๆ กับเขา

จะว่าไปนะคะ การโกหกเป็นวงจรที่ทั้งเราและเขาต้องพยายามหาทางหลุดออกไปให้พ้น เพราะถ้าคนหนึ่งโกหก อีกคนจะไม่ไว้ใจ พอไม่ไว้ใจก็จะยิ่งจับผิด ยิ่งจับผิดก็ยิ่งโกหกเอาตัวรอด ถ้าจำเป็นต้องเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อไหร่ คุณภรรยาโปรดควบคุมปริมาณเนื้อหาและการใส่อารมณ์ให้น้อยๆ เน้นประเด็นสำคัญสั้นๆ ให้เขารับทราบไว้ว่า

“ความไว้วางใจซึ่งกันและกันเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างชีวิตครอบครัวที่มั่นคงจ้ะที่รัก”

7 ประโยคโกหกยอดฮิตของผู้ชาย

รู้ต้นสายปลายเหตุมาพอสมควรแล้ว มาดูกันซิว่าประโยคไหนโกหกกันบ่อยๆ…

1. “กลับค่ำหน่อยนะวันนี้ บริษัทมีเลี้ยงลูกค้า”
ความหมายเบื้องลึก “นัดไอ้ชัยกับไอ้วิทย์ไปกินเหล้า ไม่โกหกคงได้ไปหรอก”

2. “เมื่อคืนกลับห้าทุ่มเอง แต่เห็นหลับไปแล้วเลยไม่อยากปลุก”
ความหมายเบื้องลึก “หา…จะตีหนึ่งแล้วเหรอเนี่ย ต้องเงียบที่สุดเดี๋ยวแม่คุณตื่นมาหูชาแน่”

3. “ใส่แล้วไม่อ้วนหรอกชุดนี้”
ความหมายเบื้องลึก “อย่าถามบ่อยได้ไหม เครียดครับเครียด ใครจะกล้าบอกความจริง”

4. “ซื้อกินเถอะ อย่าทำเลยเหนื่อยแล้ว”
ความหมายเบื้องลึก “รู้ละว่าอยากเอาใจ แต่ทำกับข้าวไม่อร่อยซื้อกินดีกว่า”

5. “อาทิตย์นี้ไปงานเฟอร์นิเจอร์แฟร์ไม่ได้แล้ว งานตรึมเลย”
ความหมายเบื้องลึก “เหนื่อยจะตายอยากนอนอยู่บ้าน คุณเธอเดินทีเป็นวันต้องเปิดโน้ตบุ๊คทำงานโชว์ซะหน่อยเผลอค่อยแอบเล่นเกมออนไลน์”

6. “ความรักเราให้กันตลอดเวลาอยู่แล้ว ผมไม่ค่อยจะสนใจปีใหม่วันเกิดอะไรหรอก”
ความหมายเบื้องลึก “ลืมไปแล้วว่าวันไหนวันเกิด วันครบรอบแต่งงาน วันวาเลนไทน์”

7. “เย็นนี้เลิกเร็วเหรอ อย่ามารอที่ทำงานเลยเจอที่ร้านดีกว่า ไม่มีที่นั่งรอ แล้วจะได้ไม่ต้องย้อนไปมาด้วย”
ความหมายเบื้องลึก “เมียเราขี้หึงจะตาย เห็นคุยกับผู้หญิงคนอื่นเดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องใหญ่”

VN:F [1.9.3_1094]
Rating: 0.0/5 (0 votes cast)
VN:F [1.9.3_1094]
Rating: 0 (from 0 votes)

“ข้ออ้าง” ของคนรักที่ขี้เกียจทำ “การบ้าน”

หลายคนคงปฏิเสธไม่ได้ ว่า “เรื่องบนเตียง” ของสามี-ภรรยาเป็นเรื่องที่สำคัญเรื่องหนึ่งที่ทำให้ชีวิตสมรสไปรอด แต่ทว่ามีคู่รักจำนวนไม่น้อยที่นานวันไป เริ่มไม่ใส่ใจกับเรื่องนี้เหมือนแรกเริ่ม หลายคนหาข้ออ้างสารพัดเพียงเพราะ “ไม่มีอารมณ์” ซึ่งนำไปสู่ปัญหาของคนสองคนในอนาคต

นักสำรวจชาวอังกฤษได้ทำการสำรวจคู่สมรสจำนวน 4,000 คน ในเรื่องของข้ออ้างที่พวกเขาใช้เป็นทางออกยามไม่อยากทำการบ้านยามดึก ซึ่งผลการสำรวจพบว่า มีสามี-ภรรยา จำนวนไม่น้อยยอมรับว่า พวกเขาอ้างกับคนรักว่า “ยังไม่ใช่คืนนี้นะ ผม/ฉัน ปวดหัวมาก” ซึ่งกลายเป็นประโยคสุดฮอต และตบท้ายคำว่า “ผม/ฉัน เหนื่อยมาก ขอนอนก่อนแล้วกันนะ”

อย่างไรก็ดี ข้ออ้างสุดฮอตอย่างที่กล่าวมานั้น จากการสำรวจพบว่า ประโยคเชย อย่างปวดหัวนั้น ตกไปอยู่อันดับที่ 3 ปล่อยให้ข้ออ้างอย่าง “ผม/ฉันไม่มีอารมณ์” แซงหน้าไปแล้ว

และ เป็นที่น่าแปลกใจมาก เมื่อรายงานพบว่า ผู้ชายส่วนใหญ่ชอบอ้างมากกว่าผู้หญิง ซึ่งหากคิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้ว จำนวนผู้ชายที่ชอบหลีกเลี่ยงหารมีเพศสัมพันธ์โดยการอ้างนู่นอ้างนี่ มีถึง 27% ขณะที่ผู้หญิงมีเพียง 18% เท่านั้น

ภาพจากเดลิเมล

ทั้งนี้ นอกเหนือจากเหตุผล ปวดหัวและไม่มีอารมณ์แล้ว ผู้หญิง3ใน4เผยว่า เขาอ้างเพราะเขารำคาญ และเบื่อสามีมาก ขณะที่เหตุผลที่แท้จริงที่ดูน่าหนักใจของสามี-ภรรยาบางคู่คือ 1 ใน 3 ของผู้ชาย ยอมรับว่า เขาอ้างเพราะเขาหมดรักภรรยาโดยสิ้นเชิง ในขณะที่ 1 ใน 5 ของผู้หญิงก็ให้เหตุผลนี้เช่นเดียวกัน ซึ่งการอ้างเหตุผลต่างๆนานานี่เองที่ทั้งสามี-ภรรยาส่วนใหญ่ยอมรับเป็นเสียง เดียวกันว่า การที่พวกเขาอ้างบ่อยมากจนเกินไปมันกำลังจะทำให้ชีวิตรักของเขากำลังจะจบลง

ส่วนทางด้านเว็บมาสเตอร์ www.OnePoll.com เผยว่า จากการสำรวจความเห็นของบุคคลทั่วไปพบว่า อาการปวดหัวที่มาใช้เป็นข้ออ้างแทบจะไม่มีได้ผลเหมือนเมื่อก่อนแล้ว

“ความเหน็ดเหนื่อยจากการมีเพศสัมพันธ์ทุกครั้งระหว่างสามี-ภรรยา ผนวกกับความเหนื่อยหล้าจากการทำงาน และความเครียดทางการเงินที่ต้องรับผิดชอบในทุกๆเดือนเป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบ กับเรื่องบนเตียงโดยตรง ซึ่งการที่คนรักกันไม่ค่อยได้มีเพศสัมพันธ์กันนั้น ยังจะส่งผลให้เสน่ห์ในตัวของคนรักลดน้อยลงไปด้วย”

อย่าง ไรก็ตาม นอกเหนือจากข้ออ้างที่กล่าวมานั้น ยังมีข้ออ้าง อีก 2 ข้อที่สามี-ภรรยาส่วนใหญ่เห็นพ้องต้องกัน นั่นคือ หากคนรักต้องการมีเพศสัมพันธ์ด้วย พวกเขาจะแกล้งหลับ หรือไม่ก็เข้านอนคนละเวลา

และผลจากการสำรวจได้จัดอันดับ 10ข้ออ้างยอดฮิตของสามี-ภรรยา ที่ไม่อยากทำการบ้านบนเตียงดังนี้

1.ผม/ฉัน เหนื่อย
2.ผม/ฉัน ไม่มีอารมณ์
3.ผม/ฉัน ปวดหัว
4.ผม/ฉัน ต้องไปทำงานแต่เช้า
5.ผม/ฉัน ต้องเตรียมงานสำหรับวันพรุ่งนี้
6.ผม/ฉัน โมโหคุณ
7.ผม/ฉัน ได้ยินเสียงลูกร้อง…ไปดูลูกก่อนนะ
8.คุณควรไปอาบน้ำก่อน
9. ผม/ฉัน ปวดหลัง
10.ไว้วันหลังนะ

อย่างไรก็ดี สิ่งที่สามี-ภรรยา ทุกคนควรคำนึงอยู่เสมอนั่นก็คือ ชีวิตสมรสจะยั่งยืนได้ ความรักที่เป็นนามธรรมอย่างเดียวของไม่พอ เพราะมนุษย์ทุกคนย่อมมีความต้องการความรักในรูปแบบของการสัมผัส เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเหนื่อย หรือด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม สามี-ภรรยาก็ควรเดินมาเจอกันคนละครึ่งทาง ก่อนชีวิตคู่จะพังเพราะ “ข้ออ้าง”

เรียบเรียงจาก เดลิเมล

VN:F [1.9.3_1094]
Rating: 0.0/5 (0 votes cast)
VN:F [1.9.3_1094]
Rating: 0 (from 0 votes)

หลักฐานมัดแน่น ผู้ชายมอง “อก” ก่อนหน้า

เดลิเมล์ – ผู้หญิงบ่นกันมานานแล้วว่าบ่อยครั้งที่หน้าของตนเป็นสิ่งสุดท้ายที่ผู้ชายจะ มอง และตอนนี้งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ได้ตอกย้ำว่าสาวๆ ไม่ได้คิดไปเอง

นักวิจัยพบว่า 47% ในการมองแวบแรกของผู้ชายมีเป้าหมายที่หน้าอกสาว และ 1 ใน 3 ของสิ่งที่เรียกว่า “ความหมกมุ่นแรก” อยู่ที่เอวและสะโพก ขณะที่ไม่ถึง 20% อยู่ที่ใบหน้า

ผู้เชี่ยวชาญยังค้นพบว่า ไม่ใช่แค่มองเป็นสิ่งแรกเท่านั้น แต่หน้าอกยังเป็นส่วนที่ผู้ชายทอดสายตามองเนิ่นนานกว่าอวัยวะส่วนอื่นใดบน ร่างกายหญิงสาว

เชื่อว่าสาเหตุมาจากปัจจัยด้านวิวัฒนาการ เนื่องจากผู้หญิงที่มีหน้าอกหน้าใจใหญ่โตแต่เอวคอด อย่างเช่น นักร้องโอเปรา แคทเธอลีน เจนกินส์นั้น มีฮอร์โมนเอสโตรเจนของเพศหญิงสูง บ่งชี้ถึงโอกาสในการเจริญพันธุ์สูงเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยยอมรับว่าอาจมีคำอธิบายที่ซับซ้อนน้อยกว่านั้น

“ผู้ชายอาจมองหน้าอกผู้หญิงบ่อยกว่าส่วนอื่นๆ เพราะแค่พึงใจในความงดงามของสรีระสตรีเท่านั้น โดยไม่เกี่ยงว่าหน้าอกจะเล็กหรือใหญ่”

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเวลลิงตันในนิวซีแลนด์ ได้ทำการวิจัยเรื่องนี้โดยขอให้อาสาสมัครชายดูรูปผู้หญิงคนเดียวกัน 6 รูป แต่ละรูปจะใช้เทคนิคดิจิตอลแก้ไขให้ขนาดหน้าอก เอว และสะโพกแตกต่างกัน

จากนั้น นักวิจัยทำการบันทึกว่าส่วนใดที่ผู้ชายมองเป็นจุดแรก จำนวนครั้งและระยะเวลาที่มอง โดยใช้กล้องและกระจกจับความเคลื่อนไหวของดวงตาของอาสาสมัคร

ผลศึกษาสรุปว่า 80% ของความหมกมุ่นแรกอยูที่หน้าอกและหน้าท้อง ผู้ชายใช้เวลามองหน้าอกนานกว่าส่วนอื่น และยังมองซ้ำมากกว่าส่วนอื่นด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ชายเริ่มมอง “ส่วนประกอบของทรวดทรงนาฬิกาทราย” ภายใน 0.2 วินาที แต่มองไปที่แขน น่องและเท้าน้อยมาก

VN:F [1.9.3_1094]
Rating: 0.0/5 (0 votes cast)
VN:F [1.9.3_1094]
Rating: 0 (from 0 votes)

เก้าคำกำกวมของผู้หญิง

เก้าคำกำกวมของผู้หญิง
1. ดี,โอเค = คำนี้ผู้หญิงใช้ปิดการโต้เถียง ตอนที่เธอมั่นใจว่าเป็นฝ่ายถูก และคุณต้องหุบปากซะ

2. ห้านาทีนะ = ถ้าหล่อนกำลังแต่งตัว นี่จะหมายถึงชั่วโมงครึ่ง แต่ห้านาทีก็คือห้านาทีถ้าเธอเพิ่งยอมให้คุณดูบอลต่ออีกห้านาที แล้วค่อยไปช่วยเธอทำงานบ้าน

3. ไม่มีไร = นี่คือความสงบก่อนพายุจะเข้า มันแปลว่า”มีอะไร”แน่ ๆ ขอให้เตรียมตัวได้เลย การโต้เถียงที่เริ่มด้วย “ไม่มีไร” มักจะไปจบลงที่ “ดี,โอเค”
 
4. ก็เอาดิ,เอาเลย = นี่เป็นคำท้า ไม่ใช่คำอนุญาต อย่าทะลึ่งทำเป็นอันขาด!

5. ทำเสียง ชิ,ฮึ,จึ๊ ฯลฯ ออกมาดัง ๆ = มันมีความหมายแน่นอน แต่ อ…วจนภาษามักทำผู้ชายเข้าใจผิด เสียงพวกนี้หมายความว่าเธอกำลังคิดว่าคุณ:Xซื่อบื้อเหลือทน และไม่เข้าใจว่าจะมาเสียเวลายืนเถียงกับคุณเรื่อง”ไม่มีไร”แบบนี้ทำไม
(กลับไปดู “ไม่มีไร” ที่ข้อ 3)

6. ไม่เป็นไร = นี่คือสถานะอันตรายสุด ๆ ที่ผู้หญิงจะมีต่อผู้ชายแล้ว “ไม่เป็นไร”แปลว่าเธอต้องคิดดูก่อนอย่างนานและ อย่างหนักว่าคุณต้องชดใช้อะไร อย่างไร และเมื่อไหร่ ในความผิดที่คุณก่อไว้

7. ขอบคุณ = ถ้าผู้หญิงขอบคุณ อย่ามีคำถาม อย่ามัวทำเฉย ตอบรับคำเขาไปดี ๆ (แต่ขอเพิ่มหน่อยว่า ถ้าผู้หญิงพูดว่า “ขอบคุณมาก” อันนี้ประชดเต็มดอก เธอไม่ได้ขอบคุณอะไรเลย อย่าได้ทะลึ่งตอบรับ ไม่งั้นคุณจะเจอกับ “เออ เอาเหอะ”)

8. เออ เอาเหอะ = เป็นวิธีที่เจ้าหล่อนจะพูดกับคุณว่า ไอ้:X!

9. อย่าห่วงเลย,อือ เข้าใจละ = อีกหนึ่งสถานะอันตราย หมายความว่านี่คือบางอย่างที่เธอบอกให้คุณทำมาหลายครั้งละ แต่คราวนี้เธอจะทำเอง ซึ่งเดี๋ยวคุณก็จะถามว่า “เป็นไรอะ” แล้วคุณก็จะเจอกับข้อ 3.

VN:F [1.9.3_1094]
Rating: 0.0/5 (0 votes cast)
VN:F [1.9.3_1094]
Rating: 0 (from 0 votes)