Category Archives for อินเตอร์เน็ต

ถอนเงินจาก PayPal อย่างไรให้ได้เงินมากที่สุด

การถอนเงินจาก PayPal เข้าบัญชีธนาคารในไทยทำได้ 2 วิธีคือ ถอนตรงจาก PayPal เข้าบัญชีธนาคารในไทยได้ทุกธนาคาร และถอนผ่านทางธนาคารกรุงเทพสาขานิวยอร์ค แต่วิธีไหนที่มีค่าธรรมเนียมน้อยที่สุด เพื่อให้คุณได้รับเม็ดเงินมากที่สุด?

การตัดสินใจว่าจะถอนเงินด้วยวิธีไหนนั้นต้องมีตัวเลข 3 ตัวคือ ค่าธรรมเนียมการถอน อัตราแลกเปลี่ยน และจำนวนเงินที่คุณต้องการถอน นำข้อมูลทั้งหมดมาคำนวณเพื่อหาว่าวิธีการถอนเงินวิธีใดที่ทำให้คุณได้เงิน บาทมากที่สุด

ค่าธรรมเนียมการถอนตรงจาก PayPal เข้าบัญชีธนาคารในไทย

PayPal บอกว่าการถอนเงินเข้าไทยนั้น ถ้ายอดเงินไม่ถึง 5,000 บาท PayPal จะคิดค่าธรรมเนียม 50 บาท แต่ถ้ายอดเงินตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป PayPal ไม่คิดค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมการถอนเงินจาก PayPal เข้าบัญชีธนาคารในไทยค่าธรรมเนียมการถอนเงินจาก PayPal เข้าบัญชีธนาคารในไทย

แต่ทั้งสองวิธีนี้จะต้องเสียค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนสกุลเงิน 2.5% ของอัตราแลกเปลี่ยนนอกประเทศ (Offshore) ด้วย

ค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนสกุลเงินค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนสกุลเงิน

สมมุติว่าคุณต้องการถอนเงิน $1,000 อัตราแลกเปลี่ยน Offshore อยู่ที่ 35 THB/USD คุณจะได้รับเงินบาทเพียง 34,125 บาท

อัตราแลกเปลี่ยน 35 THB/USD
ค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนสกุลเงิน 2.5%
อัตราแลกเปลี่ยนที่ได้รับ = 35 x (100% – 2.5%) = 34.125 THB/USD
เ งินที่จะถอน $1,000
แปลงเป็นเงินบาท = $1,000 x 34.125 = 34,125 บาท
ยอดเงินมากกว่า 5,000 บาท ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการถอน

ถ้าไม่แน่ใจเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนที่ PayPal ใช้ ก็สามารถใช้ Currency Converter ของ PayPal คำนวณดูได้ โดยผลลัพธ์ที่ได้คืออัตราแลกเปลี่ยนสุทธิหลังจากหักค่าธรรมเนียมการเปลี่ยน สกุลเงินไปแล้ว

Paypal Currency ConverterPaypal Currency Converter

ค่าธรรมเนียมการถอนผ่านธนาคารกรุงเทพสาขานิวยอร์ค

การถอนเงินผ่านธนาคารกรุงเทพจะมีค่าธรรมเนียม 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นค่าธรรมเีนียมที่จ่ายให้สาขานิวยอร์ค ส่วนที่สองเป็นค่าธรรมเนียมให้สาขาในประเทศไทย

ค่าธรรมเนียมสำหรับสาขานิวยอร์คคิดจากยอดถอนดังนี้

< $50 : ฟรี
$50.01 – $100 : $3
$100.01 – $2,000 : $5
$2,000.01 – $50,000 : $10
> $50,000 : $20

ส่วนค่าธรรมเนียมสำหรับสาขาประเทศไทยคิดจากยอดถอนที่ถูกหักค่าธรรมเนียม ของนิวยอร์ค และแปลงเป็นเงินบาทด้วยอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารกรุงเทพ (Onshore) แล้ว

0.25% ของยอดเงินบาท ขั้นต่ำอยู่ที่ 200 บาท แต่ไม่เกิน 500 บาท

สมมุติว่าคุณต้องการถอนเงิน $1,000 ผ่านธนาคารกรุงเทพสาขานิวยอร์ค อัตราแลกเปลี่ยน Onshore อยู่ที่ 35 THB/USD คุณจะได้รับเงินบาท 34,625 บาท

ยอดถอน $1,000
ค่าธรรมเนียมสาขานิวยอร์ค ($100.01 – $2,000) = $5
ยอดเงินหลังหักค่าธรรมเนียมสาขานิวยอร์ค = $1,000 – $5 = $995
อัตราแลกเปลี่ยน 35 THB/USD
แปลงเป็นเงินบาท = $995 x 35 = 34,825 บาท
ค่าธรรมเนียมสาขาประเทศไทย = 34,825 x 0.25% = 87.0625 บาท ปัดขึ้นเป็นขั้นต่ำ 200 บาท
เหลือเงินสุทธิ = 34,825 – 200 = 34,625 บาท

จุดตัดสินใจ

จะเห็นได้ว่าถ้าถอนเงินจาก PayPal $1,000 โดยมีอัตราแลกเปลี่ยน Offshore เท่ากับ Onshore ที่ 35 THB/USD การถอนเงินผ่านธนาคารกรุงเทพสาขานิวยอร์ค (34,625 บาท) จะให้ยอดเงินบาทสุทธิที่ดีกว่าการถอนตรงจาก PayPal (34,125 บาท)

ในยุคที่แบงก์ชาติมีมาตรการ 30% ออกมา ทำให้อัตราแลกเปลี่ยน Offshore อยู่ที่ 31 THB/USD ขณะที่ Onshore อยู่ที่ 34 THB/USD ในยุคนั้นการถอนเงินผ่านธนาคารกรุงเทพสาขานิวยอร์คถือเป็นทางเลือกที่ดีมาก คิดแบบหยาบๆ จะได้กำไรถึง 3 บาท หรือเกือบ 10%

แต่ถ้าอัตราแลกเปลี่ยนทั้งสองแบบอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน คุณจะตัดสินใจอย่างไร?

แล้วถ้าคุณถอนเงินจำนวนน้อยกว่านี้หรือมากกว่านี้ หรืออัตราแลกเปลี่ยนสูงกว่านี้หรือต่ำกว่านี้ คุณจะตัดสินใจอย่างไร?

ให้ลองใช้ Excel พล็อตกราฟออกมา จะพบว่าถ้ายอดถอนเงินน้อย การถอนตรง (กราฟสีฟ้า) จะให้ยอดเงินบาทที่สูงกว่าการถอนผ่านธนาคารกรุงเทพสาขานิวยอร์ค (กราฟสีแดง) แต่พอยอดถอนสูงขึ้น กราฟจะเริ่มเข้าใกล้กัน แปลว่าการถอนตรงไม่ได้ให้ยอดเงินบาทที่ดีกว่าแล้ว

กราฟเปรียบเทียบการถอนเงินจำนวนน้อยกราฟเปรียบเทียบการถอนเงินจำนวนน้อย

และถ้าถอนเงินจำนวนมาก การถอนผ่านธนาคารกรุงเทพสาขานิวยอร์คจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด

กราฟเปรียบเทียบการถอนเงินจำนวนมากกราฟเปรียบเทียบการถอนเงินจำนวนมาก

จุดที่การถอนเงินผ่านธนาคารกรุงเทพสาขานิวยอร์คเริ่มให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า ในกรณีอัตราแลกเปลี่ยน 35 THB/USD อยู่ที่ยอดถอนจำนวน $429 แปลว่าถ้าจะถอนเงินตั้งแต่ $429 ขึ้นไป ให้ถอนผ่านธนาคารกรุงเทพสาขานิวยอร์ค แต่ถ้ายอดถอนเงินต่ำกว่านี้ ควรจะถอนตรงจาก PayPal

ต้นทุนของการถอนเงิน

บางคนอยากรู้ว่าต้นทุนของการถอนเงินคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของยอดขาย เพื่อจะได้ประเมินราคาขายที่ทำให้ไม่ขาดทุนได้ถูก ในที่นี้ผมจะใช้ตัวเลข $429 ในการคิด

ถ้าถอนเงินจำนวน $429 อัตราแลกเปลี่ยน 35 THB/USD โดยไม่มีค่าธรรมเนียมอะไรเลย จะได้เงินเต็มจำนวนที่ 15,015 บาท

แต่ถ้าถอนผ่านธนาคารกรุงเทพสาขาินิวยอร์ค จะได้รับเงิน 14,640 บาท

แปลว่าจ่ายค่าธรรมเนียมไปทั้งหมด 15,015 – 14,640 = 375 บาท เทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ได้ 2.5% ของเงินต้น ซึ่งเปอร์เซ็นต์นี้จะลดลงเรื่อยๆ ถ้าคุณถอนเงินจำนวนมากกว่านี้ เช่น ถ้าถอนเงินจำนวน $49,999 จะมีต้นทุนเพียง 0.05% เท่านั้นครับ

VN:F [1.9.3_1094]
Rating: 0.0/5 (0 votes cast)
VN:F [1.9.3_1094]
Rating: +1 (from 1 vote)

โปรแกรมดิกชันนารี My Buddy

ไปเจอมาจากที่ com-th ครับ ได้ลองแล้วต้องขอชมผู้จัดทำจริงๆ
เห็นแล้วน่าสนใจมากๆ จนต้องขอนำมารีวิวเผยแพร่ครับ
ขนาดไม่ใหญ่เกินไปจนน่าเกลียด

นี่เป็นเวอร์ชั่น 1.0 RC1 นะครับ ตัว Final จะออกวันที่ 9 มิ.ย.
(วันฉลองศิริราชสมบัติ 60 ปี พระสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ)

เอาล่ะครับ นี่คือความสามารถหลักๆ

ความสามารถลำดับที่ 1 : เป็นดิกชันนารี

วิธีใช้
- กด Ctrl+D
- กดคลิกขวาที่ไอคอนต้อง system tray แล้วเลือก “ค้นหาศัพท์/คำแปล”

จุดที่น่าประทับใจ
- แปลคำได้โดยไม่ต้องกดปุ่ม “แปล” “ตกลง” “OK” คือพอใส่คำปุ๊บ มันก็แปลเลย ไม่เรื่องมาก
- ถึงพิมพ์ยังไม่เสร็จ ก็จะเด้งคำที่ใกล้เคียงมาให้ (คล้ายๆกับ google suggest)
- เร็วครับ ใช้เวลาน้อยมากในการวิเคราห์คำ/เปิดตัวแปล

ความสามารถลำดับที่ 2 : แปลโดยอัตโนมัติ แค่ใช้เมาส์จี้ (โคตรชอบ)

วิธีใช้
- กด Ctrl+SpaceBar เพื่อเริ่มการใช้งาน
- กดคลิกขวาที่ไอคอนต้อง system tray แล้วเลือก “เปิดใช้ automatic dictionary”
- จากนั้นเอาเมาส์จี้ที่คำใดๆก็ได้ในคอมพิวเตอร์ ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นบนเว็บ แต่แปลที่ไหนก็ได้
เช่นในไฟล์เอกสาร หรือแม้แต่ปุ่มเมนู, ชื่อไอคอนก็ได้ การแปลโปรแกรมต่อจากนี้ จึงทำได้โคตรง่าย

จุดที่น่าประทับใจ
- มันแปลโดยไม่เลือกสถานที่จริงๆ
- ดูที่ system tray ได้เลยว่า มันถูกเปิดใช้อยู่รึเปล่า ถ้าเป็นรูปเพนกวิน แสดงว่าเปิดอยู่
ถ้าเป็นรูปโลก แสดงว่าปิดการใช้งานนี้ (ถือว่าเป็นความรอบคอบของผู้สร้าง)
- เร็วครับ ใช้เวลาน้อยมากในการวิเคราห์คำ

ความสามารถลำดับที่ 3 : ดูทีวี/ฟังวิทยุ

วิธีใช้
- กด Ctrl+T เพื่อดูทีวิ
- กด Ctrl+R เพื่อฟังวิทยุ

จุดที่น่าประทับใจ
- มีช่อง/สถานีให้เลือก และช่องที่มีให้ส่วนใหญ่จะดูได้
- ถือว่าเป็นลูกเล่นที่เสริมขึ้นมา ทำให้โปรแกรมนี้น่าใช่ขึ้น เข้าใจคิดดีมากครับ


นอกจากที่ว่ามานี้ มันยังสามารถตั้ง shotcut เองได้
แปลเว็บได้ ค้น google ได้ ยังไงก็ลองไปเล่นดูเอาเองนะครับ

สนใจจะดาวน์โหลด เข้าไปที่นี่เลยครับ
้http://mybuddy.no-ip.org/
(แน่นอนว่า Freeware)

VN:F [1.9.3_1094]
Rating: 3.0/5 (2 votes cast)
VN:F [1.9.3_1094]
Rating: +2 (from 2 votes)

Business Card Star l สร้างนามบัตรออนไลน์ ดีไซน์และสั่งปริ้นท์ได้ฟรี

Your email:

 

ปัจจุบันทุกองค์กรไม่เว้นแม้แต่บริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติก็มีคำพูดติดปากเหมือนๆ กันคือ “รัดเข็มขัด” เพราะเศรษฐกิจปีวัวนี้สาหัสสำหรับทุกวงการ แต่อย่างไรก็ดี ท่ามกลางภาวะวิกฤตแบบนี้ ก็ยังมีคนหนุ่มสาวหลายคนที่อยากจะลองท้าทายกับระบบทุนนิยมด้วยการเริ่มต้น กิจการของตัวเอง และการเปิดตัวธุรกิจใหม่อย่างมืออาชีพ ผู้ประกอบการย่อมจะต้องกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่มีความหมายมหาศาลติดตัวไปด้วยเสมอ ซึ่งก็คงหนี “นามบัตร”

“นามบัตร”ภาษาอังกฤษไม่ใช้เรียกตรงตัวว่า “Name Card” แต่ที่ถูกต้องคือ Business Card จากเจ้าสัวจนถึงเซลล์แมนก็มักจะต้องพกมันติดตัวไปด้วยทุกที่ เพื่อหวังว่านามบัตรจะทำหน้าที่เป็นเสมือนกุญแจ ที่จะนำไปสู่เครือข่ายธุรกิจในอนาคต ฉะนั้นคงจะเป็นไอเดียทูเดย์ที่ดีไม่น้อยถ้าหากธุรกิจเล็กๆ สามารถเริ่มต้นออกสตาร์ทการสร้างสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ของตัวเองด้วยการลด คอร์ส โดยเลือกที่จะออกแบบและสั่งพิมพ์นามบัตรของตัวเอง ที่สวยแบบมืออาชีพ แต่ไม่ต้องควักเงินสักบาทเดียว!

Business Card Star คือ บริการดีๆ ที่เจ้าของ SME’s อย่างคุณๆ กำลังมองหา

BusinessCardStar.com คือ เว็บไซต์ที่ให้คุณออกแบบและสั่งพิมพ์นามบัตรของตัวเองได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ใดๆ และทำได้ไวภายใน 10 นาที ที่สำคัญใช้งานง่ายยิ่งกว่าการเรียนวิชาศิลปะพื้นฐาน

ตัวเว็บไซต์ของ BusinessCardStar มีการออกแบบ และวางระบบได้อย่างดีเยี่ยม จึงทำให้ง่ายต่อมือใหม่ในโลกดิจิตอลสามารถมีนามบัตรเก๋ๆ ของตัวเองได้ในเวลาสั้นๆ อย่างไรก็ดี ต้องเรียนในเบื้องต้นว่า ถึงแม้เว็บไซต์ BusinessCardStar จะไม่สามารถพิมพ์เป็นภาษาไทยได้แม้แต่ตัวเดียว แต่เราก็มีวิธีเด็ด ๆ ในตอนท้ายมาแนะนำท่านผู้อ่านให้สามารถทำนามบัตร 2 ภาษาได้อีกด้วย

ฉะนั้น ระหว่างที่ทำการออกแบบในเว็บไซต์ BusinessCardStar  ก็ควรเผื่อพื้นที่ไว้สำหรับการใส่ชื่อ หรือข้อความภาษาไทยในตำแหน่งที่คุณต้องการด้วย

วิดีโอแนะนำการใช้งาน เว็บไซต์ BusinessCardStar

สำรวจเครื่องคอมฯ สักเล็กน้อยก่อนใช้บริการของ เว็บไซต์ BusinessCardStar

1. มีโปรแกรม Adobe Flash Player ติดตั้งไว้แล้ว ถ้ายังโหลดฟรีที่นี่
2. มีโปรแกรม Adobe PDF Reader ติดตั้งไว้แล้ว ถ้ายังโหลดฟรีที่นี่

เริ่มต้นสร้างนามบัตรของตัวเองกันเลย!

1. สมัครสมาชิก (ฟรี) และเลือกดีไซน์นามบัตรที่เข้ากับธุรกิจคุณ

คลิกที่นี่ จากนั้นก็ คลิกปุ่ม Register for free รอสักพักเพื่อให้หน้าจอโหลดเครื่องมือทำนามบัตรบนเว็บขึ้นมา

จากนั้นเลือกโครงร่างดีไซน์ของนามบัตรที่เข้ากับธุรกิจคุณ การเลือกครั้งนี้เป็นการเลือกสไตล์นามบัตร แต่ทุกอย่างสามารถมาแก้ทีหลังได้ทั้งหมด อาทิ สี แบบ และขนาดตัวอักษร


จะเห็นว่าทาง BusinessCardStar มีการทำตัวอย่างสไตล์นามบัตรให้เข้ากับภาคธุรกิจอันหลากหลาย เช่น แบบหรูหราสำหรับธุรกิจค้าเพชรพลอย แบบเรียบๆ แต่มีกราฟิกแนวๆ สำหรับศิลปิน หรือแบบเปรี้ยวจี๊ดสำหรับร้านเสื้อผ้าแฮนด์เมดน้องใหม่ในสยามสแควร์ เป็นต้น



2. กรอกข้อมูลที่ต้องการให้ขึ้นบนนามบัตร

เมื่อคลิกเลือกที่แบบที่ต้องการแล้ว จากนั้นก็กรอกข้อมูลที่ต้องการให้ขึ้นบนหน้านามบัตร (ต้องเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น)

จากนั้นคลิกที่ปุ่มสีเหลือง Next Step เพื่อดำเนินขั้นตอนต่อไป

3. เปลี่ยนสี และจัดวางองค์ประกอบ

คุณจะเห็นว่าหน้าเว็บจะถูกจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน


ซ้ายมือ
สำหรับการเลือกสีของส่วนต่างๆ ของนามบัตร
ตรงกลาง เป็นช่องแสดงผลการเปลี่ยนแปลงต่างๆ
ขวามือ เป็นช่องเกี่ยวกับการเปลี่ยนสี ขนาด และแบบของตัวอักษร

เมื่อคลิกหนึ่งครั้งจะมีกรอบสีน้ำเงินขึ้นมาให้คุณย้ายกล่องข้อมูลไปมา แต่ถ้าคลิกสองครั้ง (ดับเบิลคลิก) ก็จะเป็นการไฮไลท์ข้อความเพื่อแก้ไขข้อความ หรือ เลือกแบบตัวอักษร ปรับขนาด เปลี่ยนสี เป็นต้น
หากกลัวการจัดวางองค์ประกอบไม่เท่ากันด้านซ้ายกับขวา ก็กดปุ่ม View Grid ก็จะมีตารางเล็กๆ ขึ้นมาเพื่อให้เรากะระยะของการวางองค์ประกอบของข้อความต่างๆ ได้อย่างสมดุล


ถ้าเสร็จแล้วกดปุ่มด้านบน Next Step สีเหลือง ด้านบน

4. เลือกแบบนามบัตรทางด้านหลัง (จะมีหรือไม่มีก็ได้)


ในกรณีที่คุณต้องการเพิ่มความเก๋ให้กับนามบัตร ก็สามารถใส่สโลแกน หรือวลีเด็ดๆ ของบริษัทคุณลงไปได้ที่ด้านหลังของนามบัตร ซึ่งถ้าเกิดต้องการอยากจะใส่ข้อมูลเพิ่ม ก็คลิกที่แถบเครื่องมือด้านขวา แล้วเลือก “Add Text Block” จากนั้นลากกล่องลงมาวางตำแหน่งที่เราต้องการ แล้วแก้ไขเนื้อหาตามแบบที่เราทำไปในขั้นตอนที่ 3

ถ้าเสร็จแล้วกดปุ่มด้านบน Next Step สีเหลือง ด้านบน

5. ระบบจะถามว่าคุณอยู่ประเทศอะไร ให้เลือกข้อที่ 3 (Other Country)


เพราะ เว็บไซต์นี้จะมีบริการส่งนามบัตรที่พิมพ์ออกมาใส่กล่องให้เรียบร้อยแล้วกับ เราด้วย แต่ต้องเสียเงิน และจะจัดส่งเฉพาะประเทศในอเมริกาและแคนาดาเท่านั้น แต่ถ้าเราเลือกข้อที่ 3 ก็จะให้เราสั่งพิมพ์นามบัตรได้จากเครื่องปริ้นเตอร์ที่บ้าน

6. ระบบจะให้เราเลือกรูปแบบของการพิมพ์นามบัตรที่ต้องการ


ให้เลือกทางขวามือ คือ การสั่งพิมพ์จากเครื่องปริ้นท์เตอร์ที่บ้าน ซึ่งจะไม่มีค่าใช้จ่าย โดยกดปุ่ม Pring Cards At Home

7. เลือกจำนวนนามบัตรที่ต้องการสั่งพิมพ์ต่อ 1 หน้ากระดาษ ขนาด 8.5 x 11 นิ้ว


ซึ่งระบบแนะนำแบบ 8 ภาพต่อหนึ่งหน้ากระดาษ ซึ่งถ้าคุณต้องการแบบเดียวกันก็กดปุ่มซ้ายมือ “Create 8 cards per page PDF” แต่ถ้าต้องการพิมพ์ 10 รูปต่อหน้ากระดาษให้กดปุ่มขวา “Create 10 cards per page PDF”

8. จากนั้นก็เว็บไซต์ก็จะเปิดโปรแกรม PDF ที่มีตัวอย่างนามบัตรทั้ง แบบ 8 ชิ้นในแผ่นเดียวขึ้นมาให้ (ถ้าคุณเลือกทำด้านหลังด้วย ก็จะมีเอกสารมา 2 แผ่น) พร้อมให้คุณสั่งพิมพ์ได้ทันที และที่สำคัญอย่าลืมกดปุ่มบันทึกไฟล์ PDF นี้ลงเครื่องด้วย



ต้อง ทำความเข้าใจสักนิดว่า สีสันของนามบัตรบนหน้าเว็บกับการสั่งพิมพ์ จะมีโทนสีที่แตกต่างกันเล็กน้อย กล่าวคือ ตอนเลือกจากหน้าเว็บ ถึงแม้เราเลือกสีสันที่สดมากๆ (จอจะแสดงผลสีแบบ RGB) แต่พอทำเสร็จและได้เป็นไฟล์ PDF จะพบว่าสีที่ได้นั้นจะหม่นลง (เพราะการพิมพ์ จะใช้พิมพ์จากแม่สี CMYK)

ตามตัวอย่าง บนหน้าเว็บผู้เขียนเลือกใช้สีม่วงสด แต่พอได้เป็นไฟล์ PDF กลับออกมาเป็นสีออกโทนน้ำเงิน และสิ่งสำคัญประการต่อมาสำหรับการสั่งพิมพ์นามบัตรก็คือ คุณภาพของ เครื่องพิมพ์ หมึกพิมพ์ และกระดาษ หากทั้งหมดที่กล่าวมามีคุณภาพต่ำ หรือสั่งพิมพ์แบบฉบับร่าง ก็เป็นได้ว่า นามบัตรจริงๆ ที่คุณได้ อาจจะเป็นคนละโทนสีกับที่ตั้งใจไว้เลยก็ได้

อย่างไรก็ดี หากคุณมีปัญหาใดๆ เกี่ยวกับการพิมพ์ที่บ้าน คลิกอ่านได้ที่นี่

เนื่องจากผู้เขียนเลือกสั่งพิมพ์แบบฉบับร่าง นามบัตรที่ได้ก็จะเห็นว่าโทนสีของภาพก็
จะไม่สดใสเท่าที่ควร

ข้อดี

1. เป็นบริการที่ใช้งานได้เสถียร รวดเร็วมาก ที่สำคัญฟรี และจะสร้างกี่นามบัตรก็ได้

2. มีแบบดีไซน์นามบัตรสวยๆ ให้เลือกเหมาะกับสารพัดประเภทธุรกิจ

3. ทุกดีไซน์สามารถปรับสี ขนาด และแบบตัวอักษรให้เหมาะกับรสนิยมของแต่ละบุคคลได้

ข้อเสีย

1. ไม่รองรับการพิมพ์ข้อความเป็นภาษาไทย

2. ใส่โลโก้บริษัทไม่ได้

3. ไม่สามารถกดปุ่ม Save Card เพื่อบันทึกการออกแบบนามบัตรของเราไว้เพื่อสั่งแก้ไขทีหลังได้ แต่ข้อมูลที่เรากรอกไว้สำหรับแสดงบนนามบัตรในตอนแรกจะเก็บไว้ให้สะดวกในการ ออกแบบทีหลัง

วิธีใส่ภาษาไทยลงในนามบัตรที่ออกแบบด้วยเว็บไซต์ Business Card Star

เมื่อ คุณได้ไฟล์นามสกุล PDF ซึ่งภายในบรรจุตัวอย่างนามบัตรที่สวยงามและพร้อมจะสั่งพิมพ์ได้ทุกเมื่อแล้ว เกือบทุกคนจะต้องพบปะกับลูกค้าคนไทยมากกว่า ฉะนั้นการมีชื่อ ตำแหน่ง เป็นภาษาไทยบนนามบัตรจึงเป็นสิ่งจำเป็นมาก ดังนั้นเราจึงหาวิธีที่จะทำให้สามารถใส่ภาษาไทยลงในนามบัตรที่คุณเพิ่งออก แบบจาก เว็บไซต์ BusinessCardStar ได้ ด้วยวิธีง่ายๆ แค่ 3 ขั้นตอน ด้วยบริการของ “PDFescape” หรือ เว็บไซต์แก้ไขเอกสารบนไฟล์ PDF นั่นเอง

1. เข้าไปที่เว็บไซต์ของ PDFescape

2. คลิกที่ปุ่ม Start Using Unregitered (แบบนี้จะไม่ต้องเสียเวลาสมัครสมาชิกใดๆ แต่ถ้าใครอยากลงทะเบียนก็ได้ตามสะดวก)



3. คลิกเลือก Open a file From Your Computer


4. กดปุ่ม Choose File และเลือกไฟล์ PDF ของนามบัตรที่เพิ่งทำเสร็จไว้ จากนั้นกดปุ่ม Open รอสักพัก ก็จะเห็นภาพนามบัตรปรากฏขึ้นบนจอ



5. กดที่ปุ่ม Text และพิมพ์ข้อความ จากนั้นก็ลากกล่องข้อความไปวางตามตำแหน่งที่ต้องการ ทุกช่องของตัวอย่างนามบัตร โดยถ้าเป็นภาษาไทย จะไม่สามารถเปลี่ยนแบบตัวอักษร (Fonts) ได้แต่ขนาด และสี สามารถเลือกให้เข้ากับที่เราทำไว้ใน businesscardstar ได้เลย


6. เมื่อทำเสร็จแล้วก็สามารถบันทึกไฟล์ โดยไปที่ File &gt; Save &amp; Download PDF ติ๊กที่ช่อง Email PDF to me as well ถ้าหากต้องการให้ส่งไฟล์ที่สมบูรณ์แล้วไปที่อีเมลของคุณด้วย แต่ถ้าไม่ต้องการก็ไม่ต้องกรอก จากนั้นก็กดปุ่ม Save and Download เพื่อบันทึกไฟล์ลงเครื่องได้ทันที

นี่คือตัวอย่างของนามบัตรที่เราทำเสร็จแล้ว (แต่สั่งพิมพ์แบบฉบับร่างจึงได้สีที่ไม่สด และพิมพ์ลงกระดาษ A4 ธรรมดา)


เราหวังว่าบทความนี้จะทำให้คุณค้นพบว่าตัวคุณเองก็มีความสามารถใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานได้ทุกวัน ที่สำคัญจะลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นในยามเศรษฐกิจตกสะเก็ดแบบนี้ด้วย

Reblog this post [with Zemanta]
VN:F [1.9.3_1094]
Rating: 0.0/5 (0 votes cast)
VN:F [1.9.3_1094]
Rating: 0 (from 0 votes)

NutshellMail l เช็กทุกเมลในเมลเดียว

อย่าเพิ่งเบื่อที่เราจะแนะนำอีกหนึ่งบริการที่เกี่ยวกับการเพิ่มขีดจำกัดและศักยภาพในการ “ใช้อีเมล” ของคุณ ก็เพราะเหตุผลที่ตัวคุณเองก็ทราบดีอยู่แล้วว่า “อีเมล” เป็นศูนย์กลางของทุกๆ กิจกรรมในโลกดิจิตอล ทั้งการยืนยันตัวตนเมื่อสมัครสมาชิกเว็บไซต์ต่างๆ การติดต่อสื่อสาร การซื้อสินค้าออนไลน์ ทั้งหมดล้วนแต่ต้องมีอีเมลเป็นเส้นทางหลักในการติดต่อสื่อสารทั้งสิ้น

ลองคำนวณกันเล่นๆ ว่า ตั้งแต่เปิดคอมพิวเตอร์ที่ออฟฟิศ กิจกรรมอย่างแรกที่ต้องทำกันก็คือ “เช็กอีเมล” สมมติ ให้โดยเฉลี่ย 1 อีเมล ใช้เวลาเช็ก 3 นาที (ไม่รวมตอบกลับ) จากนั้นก็ลองถามตัวคุณเองว่าคุณมีอีเมลที่ไหนบ้าง ไล่ไปตั้งแต่ เมลบริษัท ฟรีอีเมล (ยาฮูเมล (Yahoo! Mail),จีเมล (Gmail),ฮอตเมล (Hotmail) ฯลฯ) กว่าจะครบทุกเมลก็ล่วงเลยเวลาไปกว่าครึ่งค่อนชั่วโมง นั่นก็เพราะต้องมีการเข้าสู่ระบบอีเมลซ้ำแล้วซ้ำอีก ทั้งยังต้องไล่ดูอีเมลทั้งสำคัญและไม่สำคัญนั่นเอง

ดังนั้นถ้าคุณสามารถมีผู้ที่ทำให้อีเมลจากทุกผู้ให้บริการมาผูกรวมกัน แล้วเช็กจากหน้าเว็บไซต์เว็บเดียวได้ล่ะจะสะดวกโยธินแค่ไหน? วันนี้เราขอเสิร์ฟความสบายนั้นให้คุณถึงที่ ด้วยบริการของ “NutshellMail”


NutshellMail
คือ เว็บไซต์ที่ให้บริการสรุปหัวข้อและอ่านเมลของทุกอีเมล ทั้งฟรีอีเมล (อาทิ ยาฮูเมล (Yahoo! Mail),จีเมล (Gmail),ฮอตเมล (Hotmail)) รวมถึงเมลของบริษัทด้วย

นอกจากนี้ยังเปิดให้คุณได้อัปเดตข้อความที่เพื่อนๆ ฝากไว้ให้คุณในเว็บเครือข่ายทางสังคมออนไลน์ชื่อดัง (อาทิ เฟสบุ๊ก (Facebook), มายสเปซ (MySpace), ทวิตเตอร์ (twitter)) ได้ โดยทั้งหมดทั้งปวงนี้จะแสดงผลอยู่ภายในอีเมลฉบับเดียว! และคุณเองสามารถกำหนดให้มันส่งมาเตือนคุณวันละกี่รอบ/สัปดาห์ก็ได้ ที่สำคัญคือฟรี ใช้งานง่ายแค่ตั้งค่าครั้งเดียว และปลอดภัย ทั้งนี้ก็เพื่อการประหยัดเวลา และสร้างประสิทธิผลสูงสุดในการทำงานนั่นเอง

ก่อนอื่นต้องเรียนให้ทราบว่าความสามารถและวัตถุประสงค์ของ NutshellMail นั้นแตกต่างจากความสามารถในการนำอีเมลจากที่ต่างมารวมในอีเมลเดียว (Import Email) เพราะ NutshellMail เน้นการช่วยให้คุณประหยัดเวลาในการตรวจสอบอีเมลใหม่ๆ และเลือกอ่านและตอบเฉพาะอีเมลที่สำคัญเป็นอันดับแรกได้ (โดยการกดปุ่ม Get) แต่ถ้าเป็นการ Import Email ทุกเมลจากที่ต่างๆ ก็จะนำมารวมกันที่กล่องเมลเดียว ทำให้คุณต้องเลือกอ่านทั้งหมดอยู่ดี

ลักษณะ การเปิดอ่านอีเมล จะแตกต่างจากการอ่านหนังสือ เพราะเราสามารถตัดสินจากหัวข้อของอีเมลได้ว่าเนื้อหาภายในจะเกี่ยวกับอะไร โดยไม่ต้องเปิดเพื่ออ่านเนื้่อหาทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่อง งาน พนักงานบริษัททุกคนถูกฝึกฝนให้ตั้งหัวข้ออีเมลที่ชัดเจน และสื่อถึงเนื้อหาที่อยู่ภายใน เพื่อการสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกวันที่เร่งรีบ นอกจากนี้จากหัวข้อของอีเมล ก็ยังทำให้เราสามารถแยกแยะอีเมลสำคัญ และไม่สำคัญออกจากกันได้ เช่น ถ้าอีเมลไหนขึ้นต้นด้วย FW ก็แปลว่าเราสามารถใช้เวลาที่นอกเหนือจากเวลางานในการเช็กอีเมลฟอร์เวิร์ดนี้ในภายหลังได้

ภาพตัวอย่างบางส่วนของ การสรุปอีเมลจาก NutshellMail

ขอนำภาพตัวอย่างบางส่วนของ การสรุปอีเมลจาก NutshellMail มาให้ดูกันก่อน

ใครบ้างที่เหมาะต้องใช้ NutshellMail ช่วยอัปเกรดการเช็กอีเมล?

* คุณคริส ฝ่ายขาย มีอีเมลเกิน 5 บัญชีที่ต้องเช็กทุกวัน 3 เวลาหลังอาหาร
NutshellMail ช่วยให้คุณคริส “ตั้งเวลา” ที่จะรับการสรุปอีเมลของทุกบัญชีที่เขามี และส่งให้ตรงเวลาทุกวัน

* คุณเพรียว เลขาบริษัทสุดเฮี้ยบ ที่คอมพิวเตอร์ของบริษัทไม่เปิดให้พนักงานเข้าเว็บไซต์อื่นใดนอกจากอีเมลและเว็บของบริษัทเท่านั้น
NutshellMail ช่วยให้คุณเพรียวอัปเดตโลกภายนอก และอ่านฟอร์เวิร์ดเมลแปลกๆ ที่เธอชอบอ่านมากๆ ได้ เพียงแค่ “กดปุ่ม Get” จากหน้าสรุปเมลของที่นี่

* น้องอาร์ตี้ ที่ตอนนี้ติดทุกเว็บที่เพื่อนเป็นสมาชิก ทั้งเฟสบุ๊ก มายสเปซ ทวิตเตอร์ แถมยังเป็นแฟนประจำของการสั่งของผ่านเน็ต
NutshellMail ช่วยให้น้องอาร์ตี้อ่านข้อความอัปเดตล่าสุดที่เพื่อนเขียนที่กระดานข้อความ (Wall) ของหน้าเฟสบุ๊กตนได้ ทั้งยังตอบกลับความเห็นเพื่อนในทวิตเตอร์จากหน้าสรุปเมลได้โดยไม่ต้องเข้าทีละเว็บอีกต่อไป


เริ่มต้นใช้งาน NutshellMail

1. สมัครสมาชิก ฟรี ที่นี่

2. กรอกบัญชีผู้ใช้ของเว็บไซต์ และ อีเมลต่างๆ ที่ตนใช้บริการอยู่ อยากตามเช็กกิจกรรมอัปเดตของที่ใด ก็กรอกชื่อผู้ใช้ของแต่ละที่ให้ครบถ้วน

สำหรับการเชื่อมบริการของ NutshellMail เข้ากับเว็บไซต์เครือข่ายทางสังคมออนไลน์ต่างๆ ไม่ว่าคุณจะคลิกที่เว็บไซต์ไหน ก็จะมีหน้าต่างแสดงการร้องขอให้คุณอนุญาตให้ NutshellMail เข้าไปตามดูกิจกรรมอัปเดตของคุณกับเพื่อนเว็บไซต์นั้นๆก่อน จากนั้นคุณค่อยกรอกชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านของแต่ละเว็บเพื่อยืนยันการเป็น เจ้าของ

ตัวอย่างหน้าต่างการร้องขอให้ NutshellMail เข้าไปติดตามความเคลื่อนไหวของเว็บไซต์เครือข่ายทางสังคมออนไลน์ในแต่ละบัญชี

สำหรับการเชื่อมบริการของ NutshellMail เข้ากับอีเมลค่ายต่างๆ

เมลบริษัท หลังจากที่คุณกรอกชื่ออีเมล และรหัสผ่านแล้ว กดปุ่ม add จะมีหน้าต่างขึ้นมาบอกว่าไม่รู้จักเมลที่คุณใช้อยู่ ไม่ต้องตกใจ เพราะบริการนี้เป็นของต่างประเทศ จึงรู้จักแต่เมลของบริษัทดังๆ ในเมืองนอก ฉะนั้นให้คุณดูในส่วนของ Custom Provider ซึ่งจะรองรับอีเมลทั้งแบบ POP3 และ IMAP จากนั้นจะมีให้กรอกรายละเอียดอีกเล็กน้อย เช่น Incoming Server Address, Provider Name,SSL,Port แนะนำให้ถามฝ่ายไอทีของบริษัท และจดมาจะดีที่สุด เมื่อกรอกรายละเอียดส่วนนี้ครบแล้ว คุณก็จะผูกการเช็กเมลบริษัทกับการสรุปเมลของ NutshellMail ได้

ฟรีอีเมล แต่ถ้าเป็นของเมลดังๆ อย่างฮอตเมล ยาฮูเมล จีเมล ฯลฯ แค่กรอกชื่ออีเมล และรหัสผ่านจากนั้นกด add ก็จะพร้อมใช้งานทันที

ดูตัวอย่างฟรีอีเมล และบริการต่างๆ ที่รองรับกับ NutshellMail ได้ที่นี่

3. เมื่อกรอกบัญชีผู้ใช้ของ เว็บไซต์ และอีเมล ทั้งหมดแล้วให้กดปุ่ม Next จากนั้นก็เลือกตั้งเวลาที่คุณต้องการให้ NutshellMail ส่งสรุปอีเมลมาให้คุณอ่าน โดยสามารถตั้งความถี่ให้เตือนบ่อยที่สุดคือทุกๆ 1 ชั่วโมง จากนั้นก็เลือกโซนเวลา (ไทยเราต้องเป็น GMT+7) และสุดท้ายคือ การกรอกบัญชีผู้ใช้ของอีเมลที่คุณใช้อยู่ประจำ เพื่อเป็นเมลที่รับการสรุปอีเมลจาก NutshellMail นั่นเอง จากนั้นกดปุ่ม Finish


4. ต่อจากนี้ ตามเวลาที่คุณตั้งไว้ในแต่ละวัน ก็จะมีอีเมลจาก NutshellMail ส่งมาให้คุณทันที โดยภายในจะบรรจุหัวข้อเมลล่าสุด ณ เวลานั้นมาให้คุณทันที

ทิปเล็กน้อยสำหรับการใช้ NutshellMail คือ ตอนเพิ่มบัญชีอีเมล สามารถ “ลากแล้ววาง” ในการสลับตำแหน่งอีเมลที่เรา ต้องการให้แสดงผลเมื่อส่งสรุปเมลมาหาเราในแต่ละวันได้ เช่น เอาอีเมลของบริษัทที่เราใช้ประจำ ขึ้นแสดงผลก่อนฮอตเมล แหล่งรวมเมลฟอร์เวิร์ดได้

ได้เมลจาก NutshellMail แล้ว ทำอะไรสนุกๆ ได้บ้าง?

ขั้นตอนที่แล้วคุณคริส คงพอใจกับการใช้งาน NutshellMail แล้ว แต่คุณเพรียวและน้องอาร์ตี้ ยังมีความสนุกรอคุณอยู่ในอีเมลของ NutshellMail อีกเพียบ

สำหรับคุณเพรียว เมื่อใดก็ตามที่อ่านหัวเรื่อง (Subject) เมลใดแล้วสนใจอยากรู้เนื้อหาข้างในเมลต่อ ก็สามารถคลิกที่ปุ่ม Get ข้างๆ หัวเรื่องนั้นๆ จากนั้นระบบก็จะเปิดหน้าอีเมลใหม่สำหรับการส่งกลับไปยัง NutshellMail เพื่อเรียกเนื้อหาเมลนั้นๆ มาเสิร์ฟให้คุณเพรียว โดยฟีเจอร์นี้จะเรียกว่า “บูมเมอแรง (Boomerang)” คุณเพรียวไม่ต้องพิมพ์อะไรเพิ่มเติมอีกเลย นอกจากกดส่งเท่านั้น

จากนั้นรอสัก 5-10 วินาที ก็จะมีอีเมลใหม่เข้ามา ซึ่งเป็นเมลจากผู้ส่งเมลต้นฉบับนั้น (ไม่ใช่ NutshellMail) พร้อมเนื้อหาอีเมลแบบเต็มเหยียดของเมลฉบับนั้น และถ้าหากคุณเพรียวต้องการจะตอบอีเมลนี้ก็ทำได้เหมือนการตอบเมลทั่วไป

อย่างไรก็ดี สำหรับฟีเจอร์นี้ยังติดปัญหาอยู่บ้างในเรื่องของการแสดงผลภาษาไทยที่หัว เรื่อง เพราะถ้าต้นฉบับมีหัวเรื่องเป็นภาษาไทย การร้องขอให้ส่งเมลนั้นจากฟีเจอร์บูมเมอแรง เมื่อเมลตอบกลับมาหัวเรื่องจะอ่านภาษาไทยไม่ได้แต่กลับเป็นสัญลักษณ์ “????” แทน

และถ้าหากบริษัทของคุณไม่ได้ปิดกั้นการเข้าชมเว็บไซต์อื่นๆ คุณก็สามารถกดที่โลโก้ของแต่เมล ใน NutshellMail เพื่อเข้าไปยังเว็บของอีเมลนั้นๆ ได้ จากนั้นก็เช็กเมลอย่างละเอียดอีกทีหนึ่ง

ต่อมาเป็นคิวของน้องอาร์ตี้บ้าง สำหรับเด็กหนุ่มๆ ก็จะไม่แปลกที่จะติดพันกับเว็บไซต์เครือข่ายทางสังคมออนไลน์ไม่แพ้กับเกมออ นไลน์ ดังนั้น การใช้ NutshellMail ก็จะเอื้อประโยชน์ให้น้องอาร์ตี้หลบหนีจากความวุ่นวายในสารพัดอีเมลของเขา ได้ด้วย

ก่อนอื่นผู้เขียนเชื่อว่าคุณยังจำได้เมื่อครั้งที่ ไฮไฟว์ (Hi5) ฮอตใหม่ๆ และถึงแม้ปัจจุบันคนก็หันมาหาเฟสบุ๊คกันมากขึ้น แต่ทุกคนคงปฎิเสธไม่ได้ว่าเจ้าสองเว็บนี้เองที่เป็น “ตัวการ” ทำให้ “กล่องข้อความ” ในอีเมลประจำของคุณแทบระเบิด วันๆ ได้เมลจากเว็บพวกนี้นับร้อยๆ ฉบับ อาทิ มีคนร้องขอ /เพิ่มคุณเป็นเพื่อน มีคนส่งข้อความให้คุณ มีคนมาเขียนที่กระดานข้อความของคุณ ฯลฯ

ฉะนั้นจะดีกว่าไหม ที่จะหันมาหาเมลใหม่ (อาจจะเป็นอีเมลที่คุณมีอยู่แล้วแต่ไม่ค่อยได้ใช้) แล้วมาสมัครใช้บริการของ NutshellMail เพื่อส่งรายงานสรุปเมลประจำวันให้คุณ จากนั้นความวุ่นวายและค่าเสียเวลาจากการติ๊กเลือกลบเมลขยะก็จะหมดไป และไม่นานบัญชีเมลนี้ก็จะกลายเป็นบัญชีหลักที่คุณหลงรักในความสะอาด สงบ และมีประสิทธิภาพของมันในที่สุด

เช่นเดียวกับน้องอาร์ตี้ เมื่อได้เทียบท่ากับอีเมลที่ถูกจัดการด้วย NutshellMail แล้วเขาก็ยังสนุกกับการอ่าน และตอบ ข้อความหาเพื่อนในเครือข่ายของเขาได้อีกด้วย เพราะใน NutshellMail ที่รับการอัปเดตจาก “ทวิตเตอร์” ผู้ใช้ไม่เพียงแต่จะอ่านข้อความทวีตล่าสุดของเพื่อนได้ ยังทวีตข้อความของตนเอง ตอบกลับทวีต หรือส่งข้อความโดยตรงไปหาเพื่อนๆ ในทวิตเตอร์ได้อีกด้วย

ดูตัวอย่างการใช้งาน NutshellMail สำหรับเฟสบุ๊ค และ ทวิตเตอร์ ได้ที่นี่

ด้าน ล่างนี้คือภาพตัวอย่างของการสรุปอีเมลมาในอีเมลฉบับเดียวของ NutshellMail ที่รวมทั้งฟรีอีเมล อีัเมลบริษัท และความเคลื่อนไหวของเพื่อนๆ ในเว็บไซต์เครือข่ายทางสังคมแบบออนไลน์ที่ได้รับความนิยมอย่าง เฟสบุ๊ก มายสเปซ ทวิตเตอร์

ความปลอดภัยในการใช้งาน NutshellMail

เรื่องความปลอดภัยเป็นคำถามที่ผู้อ่านส่วนใหญ่คำนึงถึงเป็นอันดับแรก ก่อนที่จะใช้บริการใดๆ ที่เป็นฟีเจอร์เสริมมาจากอีเมลปกติ จากคำสัญญาของผู้ก่อตั้งบริการนี้ระบุว่า ทาง NutshellMail เน้นมากเรื่องความเป็นส่วนตัว และความปลอดภัยของข้อมูลมาเป็นอันดับหนึ่ง ดังนั้นไม่ว่าข้อมูล รหัสผ่าน และเนื้อหาใดๆ ในอีเมลทุกบัญชี ของทุกคนจะถูกเก็บไว้อย่างปลอดภัย (เข้ารหัส 128 บิตตามแบบเทคโนโลยีของ Secure Sockets Layer (SSL)) และลับที่สุด ซึ่งมีการรับรองมาตรฐานจาก GeoTrust และ The Planet อย่างไรก็ดี ก่อนสมัครใช้บริการของ NutshellMail คุณก็สามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายการรักษาความปลอดภัยของ NutshellMail เพิ่มเติมได้ที่นี่

อาจกล่าวโดยสรุปว่า…

จากที่ผู้เขียนได้ทดลองใช้ NutshellMail มาเกือบ 1 ปี ไม่พบปัญหาใดๆ ทั้งเรื่องของการแฮกข้อมูล หรือการส่งเมลล่าช้า แต่อาจจะกล่าวได้ว่าผู้ใช้คนไทยอาจจะใช้ประโยขน์จาก NutshellMail แบบไม่ 100% โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้มันเพื่อสื่อสารกับเพื่อนๆ ในเว็บไซต์เครือข่ายทางสังคมแบบออนไลน์ เพราะติดปัญหาที่การพิมพ์ข้อความภาษาไทยอยู่ อย่างไรก็ดีถ้ามองในอีกแง่ที่ว่า NutshellMail เข้ามาช่วยจัดระบบการเลือกอ่าน และตอบอีเมลในทุกวันที่วุ่นวายของคุณ ก็ถือว่ามันคือผู้ช่วยดิจิตอลอีกคนที่จะสามารถอัปเกรดไลฟ์สไตล์ที่สุด อลหม่านของคุณในแต่ละวันให้ง่ายขึ้นได้อย่างแน่นอน

ข้อดี

* มีการตั้งค่าในการใช้งานได้รวดเร็ว ไม่ซับซ้อน และเมื่อตั้งค่าครั้งแรกเรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็แทบจะไม่ต้่องไปปรับอะไรที่เว็บไซต์ของ NutshellMail อีกเลย นอกเสียจากคุณปรับเปลี่ยนรหัสผ่านของบัญชีใดบัญทีหนึ่งที่ผูกไว้กับ NutshellMail

* สำหรับฟีเจอร์บูมเมอแรงทำงานได้รวดเร็วดีมาก

ข้อเสีย

* ในอีเมลสรุปของ NutshellMail จะดึงเฉพาะเมลที่อยู่ในกล่องข้อความเข้า (Inbox) เท่านั้น กล่องอื่นไม่สามารถดึงมาดูได้ อาทิ ฉบับร่าง (Draft) ส่งออก (Sent) เป็นต้น

* การตอบ หรือโพสทวีตในทวิตเตอร์เมื่อพิมพ์ภาษาไทยไปแล้วจะแสดงผลเป็นตัวอักษรที่อ่านไม่ออก ดูรูปด้านล่างประกอบ

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับ NutshellMail

NutshellMail เป็นบริษัทจากรัฐฮุสตัน สหรัฐอเมริกา ที่ก่อตั้งโดยคนหนุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวโทรคมนาคม (David Lyman) และนักวางแผนธุรกิจ (Mark Schmulen) กับพนักงานอีกเพียง 4 คน เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2549

ส่วนตัวแล้วผู้เขียนรู้จัก และทดลองใช้บริการนี้มาได้กว่าปี แต่เพิ่งไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ NutshellMail สามารถแสดงผลชื่อหัวเรื่องภาษาไทยในอีเมลสรุปที่ส่งมาได้ จึงเป็นเหตุผลให้ผู้เขียนรีบนำมารีวิวให้ผู้อ่านได้รู้จัก และใช้งานกัน

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

NutshellMail

เว็บไซต์อื่นๆ ที่เคยนำเสนอเกี่ยวกับการบริหารจัดการอีเมล

VN:F [1.9.3_1094]
Rating: 0.0/5 (0 votes cast)
VN:F [1.9.3_1094]
Rating: 0 (from 0 votes)