![]()
ภาพและรายละเอียดจากเว็บไซต์ดิเอจ |
||||
|
||||
|
||||
|
||||
|
||||
|
||||
|
||||
|
||||
|
||||
|
||||
|
||||
|
||||
|
||||
|
![]()
ภาพและรายละเอียดจากเว็บไซต์ดิเอจ |
||||
|
||||
|
||||
|
||||
|
||||
|
||||
|
||||
|
||||
|
||||
|
||||
|
||||
|
||||
|
||||
|
ช่วงที่ผ่านมาในบ้านเรามีการจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ลอกเลียนแบบกันจนเป็นข่าวใหญ่โตแถวแหล่งท่องเที่ยวกลางคืนชื่อดัง ทำให้เรื่องเกี่ยวกับของปลอม ของลอกเลียนแบบ และสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ในบ้านเราโด่งดังขึ้นมาอีกครั้ง และเพื่อเป็นการตอกย้ำความปลอดภัยของผู้บริโภคอย่างเราๆ ในวันนี้ฉันจึงพามุ่งหน้าสู่ถนนพระราม 3 เพื่อไปยัง “พิพิธภัณฑ์สินค้าปลอมและสินค้าเลียนแบบ ติลลิกี แอนด์ กิบบินส์” หรือ “พิพิธภัณฑ์ของปลอม” ที่ตั้งอยู่ชั้น 26 อาคารศุภาลัย แกรนด์ ทาวเวอร์ ซึ่งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้จัดแสดงสินค้าปลอมและสินค้าเลียนแบบไว้มากมายกว่า 500 ชิ้น พร้อมทั้งสินค้าของแท้เพื่อใช้เปรียบเทียบและให้เราศึกษาควบคู่กันไป |
||||
คุณ หัษณา จิรอาภากุล ทนายความแผนกทรัพย์สินทางปัญญา บริษัทติลลิกีแอนด์กิบบินส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และผู้ที่ผ่านคดีความทางการละเมิดลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญามามากมาย หลายคดี เล่าให้ฉันฟังว่า ที่สำนักงานกฎหมายติลลิกีแอนด์กิบบินส์ ของเรามีมานานเกือบ 120 ปีแล้ว ทางแผนกทรัพย์สินทางปัญญาได้มีการปราบปรามสินค้าปลอมและเลียนแบบมาหลายคดี นับไม่ถ้วน ทำให้ทางสำนักงานมีสินค้าปลอมและเลียนแบบที่ใช้เป็นหลักฐานในการทำคดีมากมาย ซึ่งได้มากจากการจับกุมบ้างและสินค้าบางอย่างได้มาจากลูกความ เพื่อเป็นหลักฐานในการประกอบการดำเนินคดีบ้าง |
||||
จากจำนวนที่เพิ่มมากขึ้นตลอดเวลาทำให้ต้องใช้เนื้อที่ในการเก็บ สินค้าเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น และสินค้าเหล่านี้ก็ไม่ได้นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ทางสำนักงานจึงจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ขึ้นเพื่อให้เกิดประโยชน์ในการศึกษา และผู้ที่ต้องการความรู้ทางเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา และผลตามกฎหมายเกี่ยวกับการปลอมแปลงสินค้าอีกด้วย โดยมุ่งเน้นไปที่เจ้าหน้าที่รัฐ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีความด้านนี้ เช่น นักสืบ ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ศุลกากร เป็นต้น เพื่อให้แยกแยะได้ว่าสินค้าใดเป็นของจริง สินค้าใดทำปลอมหรือทำเลียนแบบ ผิดกฎหมายข้อไหนอย่างไร และก็ด้วยด้วยเหตุผลดังกล่าว ในปี พ.ศ.2532 “พิพิธภัณฑ์สินค้าปลอมและเลียน ของติลลิกี แอนด์ กิบบินส์” จึงได้ถือกำเนิดขึ้น |
||||
เริ่มแรกสินค้าปลอมและสินค้าเลียนแบบที่รวบรวมไว้มีประมาณ 100 ชิ้น โดยจัดแบ่งเป็น 4 ประเภท ได้แก่เสื้อผ้า เครื่องหนัง เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเลคโทรนิคส์ และเครื่องสุขภัณฑ์ ต่อมามีสินค้าปลอมที่ได้มาจากการจับกุม และตัวอย่างสินค้าของจริงซึ่งลูกความส่งมาให้เป็นหนักฐานในการดำเนินการมี เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งในปัจจุบันมีสินค้าปลอม สินค้าเลียนแบบทั้งเครื่องหมายการค้าและลิขสิทธิ์กว่า 2,000 ชิ้น แต่เนื่องจากสถานที่ไม่พอจึงมีการหมุนเวียนมาจัดแสดงในบางส่วนเท่า นั้น สำหรับสินค้าในพิพิธภัณฑ์ในปัจจุบันสามารถจำแนกเป็นประเภทได้ถึง 15 ประเภทนอกเหนือจาก 4 ประเภทเดิม อาทิ รองเท้า นาฬิกา น้ำหอม ของใช้ภายในบ้าน เครื่องเสียง อะไหล่รถยนต์และเครื่องจักร เครื่องประดับตกแต่ง อาหาร ยา สุรา เคมีภัณฑ์ และเครื่องเขียน |
||||
คุณหัษณา เล่าต่อว่า เราจะมีตัวแทนของแบรนด์ต่างๆเยอะมากจากทั่วโลก แล้วแต่เจ้าของแบรนด์ว่าเขาจะเลือกสำนักกฎหมายไหนในการดูแลแบรนด์ของเขาใน ไทย ในส่วนที่บริษัทเราดูแลมีหลายแบรนด์ เยอะมาก อาทิ Lacoste, Puma, , Benz, Uhu, Shiseido, Adidas, Ferrari, Anna sui, Gucci, Levi’s, Abercrombie, Ferrero Roche, Nokia, Converse, Casio, Play Boy เป็นต้น “เจ้าของแบรนด์อาจจะทราบเองว่ามีโรงงานหรือมีร้านขายของปลอมของเขา หรือไม่เราเป็นคนได้ข้อมูลแล้วแจ้งให้เขาทราบ หลังจากนั้นก็ขึ้นอยู่กับนโยบายว่ามีนโยบายปราบปรามหรือไม่ ถ้ามีเราจะส่งนักสืบออกไปสืบไปหาข้อมูลก่อนว่าร้านที่ขายอยู่ที่ไหน ขายอะไรบ้าง จำนวนของที่ขายเยอะขนาดไหน เราต้องมีการเตรียมการหาข้อมูลหลักฐานก่อน แล้วจึงประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอหมายศาลและเข้าไปตรวจค้น” |
||||
แต่ไม่ว่าจะปราบปรามจับกุมไปมากเท่าไร ก็ดูเหมือนสินค้าปลอมแปลงเหล่านี้ไม่ได้ลดจำนวนลงเลย เพราะถึงจะจับกุมผู้ขาย แต่ตัวโรงงานผลิตซึ่งส่วนมากจะตั้งอยู่ในประเทศจีน ซึ่งจะผลิตสินค้าปลอมและเลียนแบบแล้วส่งไปจำหน่ายทั่วโลก ปลอมกันตั้งแต่ของใช้ที่ใช้ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า แล้วยังจะมีของใช้ของจิปาถะอีกมากมายตั้งแต่ดินสอ ไส้แม็ก หนังสือ อาหารการกิน นมผงเด็ก โทรศัพท์มือถือ เครื่องคิดเลข นาฬิกา รถยนต์ ก็ยังมีการปลอมแปลงกัน บ้างก็ลอกแต่เครื่องหมายการค้า บ้างลอกแต่การออกแบบ อย่างเช่น เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายยี่ห้อ PUMA และ adidas เราก็จะเห็นสินค้าปลอมและเลียนแบบโดยบางครั้งจะเปลี่ยนเพียงตัวอักษรบางตัว เช่น PAMA, TUNA, adids, daiads หรือยี่ห้อ La coste บางครั้งก็ใช้รูปจระเข้กลับข้างกับของแท้บ้าง จระเข้ตาบอดบ้าง แต่คงไว้ซึ่งรูปแบบสีทรงลักษณะเครื่องหมายการค้า โดยมีเจตนาจะลวงขาย หรือเจตนาให้ผู้ซื้อเกิดการเข้าใจผิด |
||||
บางสินค้าลอกเลียนแบบภายนอกเหมือนของแท้มาก แต่ต่างกันตรงคุณภาพของสารประกอบ เช่น สินค้าประเภทอาหารและยา และเครื่องสำอาง ซึ่งผู้บริโภคอาจจะไม่รู้ตัวว่าซื้อของปลอมหรือเลียนแบบมาบริโภค ซึ่งการผลิตอาจจะใช้วัตถุดิบ ส่วนประกอบที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือใส่สารที่อาจก่อให้เกิดอันตรายลงไปผสมอยู่ หากบริโภคเข้าไปอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง แพ้ คัน อาเจียน ท้องเสีย หรืออาจถึงแก่ชีวิตได้ หรือพวกของเล่น โมเดลตุ๊กตุ่นตุ๊กตาปลอมหรือเลียนแบบ อาจใช้วัสดุในการผลิตไม่ดี เช่นพลาสติกที่มีอันตราย เมื่อเด็กเอาเข้าปาก เอาไปอม หรือเคี้ยวก็อาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังเป็นการไม่เคารพต่อผู้สร้างสรรค์ผลงานอีกด้วย |
||||
คุณหัษณา ได้ฝากถึงผู้บริโภคทุกคนด้วยว่า “กรุณาใช้ของแท้ แม้ของปลอมและเลียนแบบอาจจะมีราคาที่ถูกกว่าแต่อาจมีผลข้างเคียงที่ไม่คุ้ม กับมูลค่าเลยก็เป็นได้ นอกจากนี้ยังทำให้ประเทศของเราเสียภาพพจน์ เสียดุลการค้า ดังนั้นการเลือกซื้อสินค้าต่างๆ ทางที่ดีควรพิจารณาเลือกซื้อในแหล่งที่น่าเชื่อถือ ราคา คุณภาพของสินค้า และควรสังเกตชื่อและเครื่องหมายการค้าให้ดี” สำหรับฉันคิดว่า เหตุผลหนึ่งที่ยังมีการขายสินค้าปลอมและเลียนแบบอยู่มากมายเกลื่อนประเทศ ขนาดนี้ ส่วนหนึ่งเพราะการปราบปรามบ้านเราไม่จริงจังและไม่ต่อเนื่อง อีกทั้งผู้ขายก็มียุทธวิธีมากมายหลากหลายในการหลบหนี้หลบหลีก จับยังไงก็ไม่ถึงต้นตอ ซึ่งก็ต้องเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งสกัดกั้นไม่ให้นำ สินค้าปลอมและเลียนแบบเข้ามาในไทย และปราบปรามจับกุมผู้ขาย และทำลายสินค้าเหล่านั้นให้สิ้น |
||||
แต่สำหรับฉันและผู้บริโภคทั้งหลาย หากข้องใจว่าสินค้าที่ใช้อยู่เป็นของแท้หรือเทียม เป็นพาดา(PADA) หรือ ป้าดา, พูมา(PUMA) หรือ ทูนา(TUNA), ไนกี้ (NIKE) หรือ ไฮกี้(HIKE), PLAY BOY หรือ PAY BOY, NOKIA หรือ NOKIE, Gucci หรือ Guci, LACOSTE หรือ LACCOSTE ล่ะก็ไปหาคำตอบกันได้ที่ “พิพิธภัณฑ์สินค้าปลอมและเลียน ของติลลิกี แอนด์ กิบบินส์” |
||||
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * “พิพิธภัณฑ์สินค้าปลอมและเลียน ของติลลิกี แอนด์ กิบบินส์” ตั้งอยู่ชั้น 26 อาคารศุภาลัย แกรนด์ ทาวเวอร์ ถ.พระราม 3 ช่องนนทรี ยานาวา กรุงเทพฯ เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00-17.00 น. และต้องโทรนัดล่วงหน้าเพื่อจัดเตรียมวิทยากร สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและโทรนัดล่วงหน้าที่ โทร. 0-2653-5555 |
วันที่ 7 เดือน 7 ปี 2007 หรือ 07.07.07 คือวันประกาศผลการลงคะแนนคัด 7 สิ่งมหัศจรรย์ใหม่ของโลก โดยงานจัดที่เบนฟิกาสเตเดี้ยม ในกรุงลิสบอน,โปรตุเกส
พวกเราต่างคุ้นกับ 7 สิ่งมหัศจรรย์หรือ 7 Wonders ด้วย มีสถานที่สำคัญๆหลายแห่งอ้างอิงว่าเป็น 1 ในสิ่งมหัศจรรย์ โดยความจริงแล้วไม่มีการรับรองเป็นทางการไม่ว่าทัชมาฮาล,นครวัดฯลฯ ที่ยอมรับในความมหัศจรรย์ล้วนเป็นสิ่งก่อสร้างอายุกว่า 2 พันปีและเหลือเพียงมหาพีระมิดแห่งกิซา,อียิปต์เท่านั้นที่เหลืออยู่ นอกนั้นชำรุดทรุดโทรมไม่เหลือแม้ซาก
ทราบว่ามหาพีระมิดกีซาได้รับยกย่องให้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ระดับกิตติมศักดิ์ คณะกรรมการผู้จัดให้มีการโหวดตกลงคัดออกจากบัญชีโหวด เพื่อให้เกียรติของเก่า
การแบ่งประเภทของสิ่งมหัศจรรย์
การแบ่งประเภทของสิ่งมหัศจรรย์ในโลกอันกว้างนั้นสามารถจำแนกออกเป็นหลายสาขาด้วยกัน เช่น
สิ่งมหัศจรรย์สาขาภูมิศาสตร์,สาขาประวัติศาสตร์,สาขาจิตรกรรม และสถาปัตยกรรม,สาขาชีววิทยา และสาขาวิทยาศาสตร์
การจัดแบ่งสิ่งมหัศจรรย์ทางสถาปัตยกรรม หรือในด้านการก่อสร้าง
สามารถบ่งออกได้เป็น 3 ยุค หรือ 3 สมัย คือ
- สิ่งก่อสร้างที่มหัศจรรย์สมัยโบราณ อายุตั้งแต่ 5,000 ปี ก่อนคริสต์กาล – ค.ศ. 500
ประมวลและจัดโดยนักปราชญ์กรีก ชื่อ แอนติเพเตอร์( Antipater ) แห่งไซดอน ( Sidon )ในศตวรรษที่สองก่อน
ค. ศ. สิ่งมหัศจรรย์ของโลก 7 อย่าง สมัยโบราณเป็นผลงานของมนุษย์ทางด้านวิศวกรรม สถาปัตยกรรมและศิลปะชวนพิศวง จากยุคสมัยแรกเริ่มอารยธรรมของโลกในแถบลุ่มแม่น้ำไนล์ ในอียิปต์ ถึงยุคความรุ่งเรืองของอารยธรรมกรีก โบราณ และยุคสมัยอาณาจักรโรมันเรืองอำนาจ สิ่งมหัศจรรย์ของโลกสมัยโบราณ ได้แก่

1.พีระมิดแห่งเมืองกิซา
2.มหาวิหารอาร์เทมีส
3.สุสานของกษัตริย์โมโซรุส
4.สวนลอยแห่งกรุงบาบิโลน
5.เทวรูปเทพเจ้าซีอุส
6.เทวรูปเทพเจ้าเฮลิออส
7.หอประภาคารโรส
สิ่งก่อสร้างที่มหัศจรรย์สมัยกลาง อายุตั้งแต่ คริสตศตวรรษที่ 5 – คริสตศตวรรษที่ 16
สิ่ง มหัศจรรย์ของโลกสมัยกลาง ถูกจัดขึ้นมาและเป็นที่ยอมรับกันแพร่หลายต่อมาหลังจากมีการตั้งข้อสังเกตว่า 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกสมัยโบราณแทบทั้งหมด ยกเว้นพีระมิด ล้วนแต่เสื่อมโทรมเสื่อมสลายไปหมดสิ้น เหลือเพียงร่องรอยหลักฐาน หรือแบบจำลองเท่านั้น สิ่งมหัศจรรย์ของโลกสมัยกลาง ล้วนแต่ยังดำรงอยู่เป็นหลักฐานให้ศึกษากันในปัจจุบัน
ถึงแม้จะเสื่อมโทรม ไปบ้างตามกาลเวลา สำหรับคำว่า สมัยกลาง ของ 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกสมัยกลาง มีความหมายเพียงเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคถัดมา จากยุคโบราณเท่านั้น ซึ่งมีดังต่อไปนี้

1.หอเอนเมืองปิซา
2.สนามกีฬากรุงโรม
3.สุสานแห่งอเล็กซานเดรีย
4.สุเหร่าเซ็นโซเฟีย
5.กำแพงเมืองจีน
6.เจดีย์กระเบื้องเคลือบนานกิง
7.กองหินประหลาดสโตนเฮนจ์
สิ่งก่อสร้างที่มหัศจรรย์สมัยปัจจุบัน สร้างขึ้นระหว่าง ศตวรรษที่ 17 – ศตวรรษที่ 20
7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ ได้นำการจัดอันดับจากหนังสือความรู้รอบตัว(รพีพรรณ ลาวัณยจรัสโยธิน.ความรู้รอบตัว.กรุงเทพฯ:รุ่งเรืองสาส์นการพิมพ์, มปป.) มีการจัดอันดับดังนี้

1.ปราสาทหินนครวัด
2.ทัชมาฮาล
3.พระราชวังแวร์ซายส์
4.เรือควีนแมรี่
5.สะพานโกลเด้นเกต
6.ตึกเอมไพร์สเตต
7.เขื่อนยักษ์ฮูเวอร์
ซึ่ง ในการจัด 7 สิ่งมหัศจรรย์ที่จะประกาศผลในวันที่ 7 กค. นี้เป็นของเก่าและใหม่ที่ปัจจุบันมีอยู่จริง และอยู่ในสภาพที่ดี ผ่านเข้ามายัง รอบสุดท้ายนี้ทั้งหมด 21 ว่าที่สิ่งมหัศจรรย์ ได้แก่
– เมืองโบราณอาโครโปลิส กรุงเอเธนส์ กรีซ (Acropolis)
- ปราสาทและป้อมปราการอัลฮัมบรา เมืองเกรดานา สเปน (Alhambra)
- นครวัด กัมพูชา (Angkor)
- เมืองซีเชน อิตซา เขตยูคาทาน เม็กซิโก (Chichen Itza)
- รูปปั้นพระเยซูคริสต์ บนยอดเขาเมืองริโอ เดอ จานิโร บราซิล (Christ Redeemer)
- สนามโคลอสเซียม กรุงโรม อิตาเลียน (Colosseum)
- รูปปั้นหินโมอาย เกาะอีสเตอร์ ชิลี (Easter Island Statutes)
– หอไอเฟล กรุงปารีส ฝรั่งเศส (Eiffel Tower)
– กำแพงเมืองจีน (Great Wall)
– สุเหร่า โซเฟีย นครอิสตันบุล ตุรกี (Hagia Sophia)
– วัดคิโยมิสุ เมืองเกียวโต ญี่ปุ่น (Kiyamizu Temple)
– พระราชวังเครมลิน/ วิหารเซนต์เบซิล กรุงมอสโก รัสเซีย (Kremlin/St. Basil)
– เมืองสาบสูญแห่งอินคา “มาชูปิกชู” เปรู (Machu Picchu)
– ปราสาทนอยชวานสไตน์ เยอรมนี (Neuschwanstein Castle)
- “เปตรา” เมืองนครหินสีชมพู จอร์แดน
– มหาพีระมิดกิซา อียิปต์ (Pyramids of Giza) ซึ่งตอนแรกไม่ติดโผ แต่ทางมูลนิธินำชื่อเข้ามาใหม่เพื่อให้เกียรติในฐานะ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่ยังเหลืออยู่
– เทพีเสรีภาพ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา (Statue of Liberty)
– กองหินประหลาด “สโตนเฮนจ์” เมืองเอเมสบิวรี่ อังกฤษ (Stonehenge)
– โรงอุปรากร “โอเปร่า เฮาส์” นครซิดนีย์ ออสเตรเลีย (Sydney Opera House)
– ทัชมาฮาล เมืองอักรา อินเดีย (Tal Mahal)
– เมืองโบราณ “ทิมบัคตู” มาลี (Timbuktu)
จนถึงวันนี้มีผู้โหวดเข้ามามากกว่า 60 ล้านเสียง ที่ อยู่แถวหน้าได้แก่ Acropolis แห่งเอเธนส์ กรีซ , พีระมิด Chichen Itza แห่งเม็กซิโก, สนามกีฬา Colosseum แห่งโรม อิตาลี , อนุสาวรีย์หิน Easter Island Moais แห่งชิลี , หอสูง Eiffel กรุงปารีส ฝรั่งเศส ,กำแพงเมืองจีนที่ปักกิ่ง ,เมืองเก่า Machu Picchu ของชาวอินคาในเปรู ,นคร Petra ในจอร์แดน , กองหิน Stonehenge ในอังกฤษ และอนุสาวรีย์แห่งความรัก Taj Mahal ในอินเดีย
เมื่อปีที่แล้วผมได้มีโอกาสไปเยือนลอนดอนครั้งแรกของชีวิต
ผมตกหลุมรักลอนดอนและประเทศอังกฤษตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ระหว่างที่ผมอยู่ที่นั่น ผมรู้สึกได้เลยว่าผมได้อยู่ท่ามกลางศูนย์กลางของโลกเมืองหนึ่งเลยทีเดียว
ทั้งแฟชั่น การคมนาคม การตลาด ธุรกิจ การท่องเที่ยว ช็อปปิ้ง ฟุตบอล และอื่นๆอีกมากมาย
ทั้งยังมีโอกาสได้ไปเยือนปราสาทในยุคกลาง ได้ดูของขวัญบรรณาการจากประเทศต่างๆที่ส่งมาให้อังกฤษในยุคล่าอาณานิคม แล้วรู้ได้เลยว่า อังกฤษในตอนนั้นยิ่งใหญ่เพียงไร
ได้ไปเยือนมหาวิทยาลัยที่ยื่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่า 400 ปี และเป็นแหล่งศึกษาหาความรู้ของบุคคลสำคัญของโลกมานับไม่ถ้วน
ได้เห็นต้นแอปเปิลที่เค้าบอกว่าเป็นต้นเดียวกับที่ เซอร์ ไอแซค นิวตัน มานั่งแล้วโดนลูกแอปเปิลหล่นใส่จนนำไปสู่กฎแรงดึงดูดของไอแซคนิวตันที่ผมได้เรียนมาตอนอยู่มัธยม
ได้เห็นสนามหญ้าสีเขียวของจริง ที่เคยเห็นแต่ในทีวีตั้งแต่เล็กจนโต ทั้งยังได้สัมผัสบรรยากาศที่มีผู้เล่นทั้ง 22 คนเล่นบนสนามแห่งนั้นมาแล้ว
ได้เยือนห้างดัง ที่เป็นต้นแบบให้กับห้างสรรพสินค้าแห่งอื่นๆทั่วโลกมาแล้ว
ได้เห็นผังเมืองที่เหมือนกรุงเทพมหานคร ที่มีแม่น้ำผ่านกลาง ซึ่งก่อนหน้านี้ผมไม่รู้เลย จนกระทั่งเห็นแผนที่ลอนดอนในโรมแรมแล้วค้นพบว่ารูปร่างของลอนดอนในแผนที่นั่น ช่างเหมือนรูปร่างของกรุงเทพมหานครในแผนที่เสียนี่กระไร
จากสิ่งก่อสร้าง ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันยาวนาน แทบทุกสิ่งที่อยู่ที่นั่น ผมรู้สึกได้เลยว่ามันเป็น “ของแท้” แทบทั้งหมด เป็นของออริจินัลแทบทั้งหมด เป็นของ “ต้นแบบ” ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่ยากจะเลียนแบบได้เหมือน
และวันนี้..หลังจากกลับมาจากที่นั่นแล้วหลายเดือน ผมยังได้เห็นวิธีการทำงานที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกอย่าง
ผมได้รับอีเมลแบบสอบถามความพึงพอใจในการเยือนลอนดอน เพื่อเป็นข้อมูลและนำไปปรับปรุงการท่องเที่ยวให้ดีิ่ยิ่งขึ้น
ผู้ที่ตอบแบบสอบถาม จะได้รับการจับรางวัล ของรางวัลเป็นสมุดภาพรวมบรรยากาศกรุงลอนดอน..
…….เค้าได้อีเมลผมจากไหนไม่รู้ รู้ได้ยังไงว่าผมไปเยือนประเทศเค้ามา……
..
..
ผมหลงรักลอนดอนและประเทศอังกฤษสุดหัวใจ….