 |
| ขอบคุณภาพจาก specialkidstoday.com |
|
 |
 |
คงจะปฏิเสธไม่ ได้ว่า การที่ครอบครัวใดมีลูกเล็ก หรือลูกวัยกำลังซน ย่อมต้องหนักใจ และเป็นห่วงลูกเป็นธรรมดา เพราะอาจซุกซน และเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินโดยไม่คาดคิดก็เป็นได้
ไม่ว่าจะเป็นก้างติดคอ กลืนเหรียญ น้ำร้อนลวก หรือแม้กระทั่งการได้รับสารพิษ และถูกแมลงมีพิษกัดต่อย เป็นต้น ซึ่งการเข้าไปช่วยเหลือลูกเบื้องต้นก่อนนำส่งแพทย์ จึงเป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ต้องมีความรู้ และความเข้าถึงลักษณะการช่วยที่ถูกต้องด้วย
เพื่อให้เด็กรอดพ้นจากสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างปลอดภัย ทางโรงพยาบาลบีเอ็นเอช และทีมงาน Life and Family ได้รวบรวมวิธีการช่วยเหลือเด็กจากสถานการณ์ยอดฮิตที่ทำให้เด็กเสี่ยงตาย เพื่อนำมาเป็นข้อมูล และตัวช่วยเบื้องต้นให้กับทุกบ้าน และทุกครอบครัวได้นำไปใช้กัน ซึ่งอาจจะเป็นวิธีที่บางบ้านเคยนำไปใช้กับลูกแล้ว โดยเริ่มจากสถานการณ์แรก
*** เมื่อลูกมีก้างปลาติดคอ
ขณะที่เด็กกินอาหาร แน่นอนว่าอาจเกิดสถานการณ์ไม่คาดคิดขึ้นได้ โดยเฉพาะอาหารที่มีก้างยาวอย่างปลา อาจติดคอเด็กได้ ดังนั้นถ้าก้างติดคอ ควรปั้นข้าวเป็นก้อน (ไม่ต้องใหญ่มาก) แล้วให้ลูกกลืนข้าวก้อนนั้นโดยไม่ต้องเคี้ยว หรืออาจเปลี่ยนจากข้าวเป็นกล้วยสุก หรือขนมปังนิ่มๆ ก็ได้
อย่างไรก็ดี หากกลืนข้าวปั้นแล้ว อาการยังไม่ดีขึ้น ให้ผสมน้ำส้มสายชูกับน้ำให้เจือจางแล้วให้ลูกค่อยๆ ดื่ม เพราะน้ำส้มสายชูจะช่วยให้ก้างปลาอ่อนตัวลง และหลุดออกได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าก้างปลายังไม่หลุดจนลูกเจ็บ และปวด ให้รีบพาลูกส่งแพทย์ทันที
*** เมื่อลูกกลืนเหรียญ หรือสิ่งของเล็กๆ
เหรียญ หรือสิ่งของชิ้นเล็ก ถือเป็นของเล่นชิ้นเอกของเด็กเลยทีเดียว โดยเฉพาะเด็กเล็กที่อยู่ในวัยกำลังกิน กำลังอม ที่อาจนำพาซึ่งสถานการณ์ฉุกเฉินได้ ดังนั้นเมื่อลูกกลืนสิ่งของเล็กๆ เข้าไป สิ่งแรกที่พ่อแม่ทำได้คือ จับลูกในลักษณะห้อยศีรษะลงต่ำ แล้วตบหลังแรงๆ เพื่อให้เด็กไอออกมา แต่ถ้าสิ่งที่ติดหลอดลมอยู่ยังไม่ออกมาพร้อมกับอาการไอของลูก ควรรีบพาส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว
*** เมื่อลูกยัดของเข้าจมูก
เด็กเล็กจะเจอปัญหานี้บ่อย ดังนั้นเมื่อเกิดปัญหาสิ่งของเข้าจมูก ให้บีบรูจมูกข้างที่ไม่มีของติดอยู่ แล้วบอกให้ลูกสั่งน้ำมูกแรงๆ เพื่อให้ลมจากจมูกดันของที่ติดอยู่ออกมา ทั้งนี้ คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรใช้วิธีการแคะ หรือยัดจมูก เพราะจะยิ่งไปดันของที่ติดอยู่ในจมูก ให้อยู่ลึกเข้าไปอีก หรือถ้าลูกสั่งของที่ติดอยู่ไม่ออก ต้องพาไปพบแพทย์เพื่อทำการดึงเอาสิ่งของเหล่านั้นออกทันที มิเช่นนั้น เด็กจะหายใจลำบาก และขาดอากาศหายใจก็เป็นได้
*** เมื่อของจิ๋วๆ เข้าหูลูก
หู ใครคงไม่คิดว่า อาจจะเกิดเรื่องไม่คาดคิดได้ แต่อุบัติเหตุย่อมเกิดขึ้นได้ทุกเวลา ดังนั้นถ้าของชื้นจิ๋วเข้าหูลูก อย่างแรกที่พ่อแม่ควรทำคือ จับให้ตัวลูกเอียงศีรษะด้านที่มีของลง เพื่อให้ของหล่นออกมาเอง ถ้าหากทำแล้วของที่เข้าไปยังไม่ออกมา ห้ามคุณแม่แคะหูลูกเองเด็ดขาด เพราะของนั้นจะยิ่งเข้าไปลึกยิ่งขึ้น แต่ควรพาลูกไปพบแพทย์ทันที
*** เมื่อลูกถูกไฟดูด
จากงานวิจับพบว่า กลุ่มเด็กที่มีความเสี่ยงต่อการโดนไฟดูดมากที่สุด คือ เด็กที่อายุน้อยกว่า 5 ปี นั่นเป็นเพราะความอยากรู้อยากเห็นสิ่งต่างๆ รอบๆ ตัว และยังไม่รู้ถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้น ดังนั้นการช่วยเหลือลูกเมื่อถูกไฟดูด พ่อแม่ห้ามใช้มือเปล่าดึงลูกขณะที่ถูกไฟดูด เพราะกระแสไฟจะวิ่งเข้าสู่ตัวทันที แต่ควรให้ใช้ผ้าแห้งหนาๆ ห่อมือ หรือพับหนังสือพิมพ์หนาๆ แล้วผลักลูกที่โดนไฟดูดออก ซึ่งผู้ที่จะช่วยต้องตัวแห้งด้วย จากนั้นบอกให้คนรอบข้างยกคัตเอาท์ลง หรือดึงปลั๊กออก โดยใช้ไม้หรือสายยางแห้งๆ เขี่ยให้ออกจากตัวคนถูกดูด
เมื่อ กระแสไฟถูกตัดลงแล้ว ให้วิ่งเข้ามาดูลูก และรีบปฐมพยาบาลเบื้องต้นทันที เช่น ตรวจดูว่าหัวใจหยุดเต้นหรือไม่ ถ้าหยุดให้รีบนวดหัวใจพร้อมๆ กับการผายปอด และรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที แต่ถ้าไฟดูดไม่มาก ตรวจตามร่างกายว่ามีบาดแผลใดๆ หรือไม่ ลูกยังมีสติ และพูดโต้ตอบได้หรือไม่ ถ้าทุกอย่างปกติให้นำตัวลูกไปนอนพัก และเฝ้าอาการอย่างใกล้ชิด |
Post a Comment